สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกรับข่าวดีเฟดลดดอกเบี้ย นักลงทุนมั่นใจวงจรผ่อนคลายทางการเงิน

0
9






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกรับข่าวดีเฟดลดดอกเบี้ย


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกรับข่าวดีเฟดลดดอกเบี้ย นักลงทุนมั่นใจวงจรผ่อนคลายทางการเงิน

กรุงเทพฯ: รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินล่าสุดจากสามสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ส่งสัญญาณเดินหน้าเข้าสู่วงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 นี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับในเชิงบวก แม้จะมีความผันผวนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลบางส่วน

เฟดเดินหน้า “วงจรผ่อนคลาย” ดอกเบี้ย

ข้อมูลที่เผยแพร่โดย CNBC และ Reuters ยืนยันว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดได้เริ่มวัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินแล้ว โดยมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในรอบล่าสุด และมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงอีกครั้งในเดือนนี้ นักวิเคราะห์หลายรายมองว่านี่เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความสำเร็จในการควบคุมเงินเฟ้อ และเป็นการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายเข้มงวดไปสู่การสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ รายงานของ Reuters ระบุว่า เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME แสดงให้เห็นว่าผู้ค้าในตลาดกำลังคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐานอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้ยืมครั้งล่าสุดของธนาคารกลาง ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนต่างจับตาดูการแถลงการณ์ของประธานเฟด นายเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการคาดหวังในตลาดอย่างชัดเจน

ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับในเชิงบวก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นหลัก ๆ ทั่วโลกปิดตัวในแดนบวกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ดัชนีหลักต่างปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์การซื้อขายที่สั้นลงเนื่องจากวันหยุด ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้นเนื่องจากความมั่นใจที่มากขึ้นว่าเฟดจะยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายต่อไปจนถึงปี 2569 ดัชนี S&P 500, Dow Jones Industrial Average, และ Nasdaq ต่างปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนถึงการมองโลกในแง่ดีของตลาดต่อการควบคุมอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม, CNBC ก็ได้นำเสนอรายงานที่ชี้ว่าการปรับขึ้นของตลาดหุ้นได้หยุดชะงักลงบ้างในช่วงเริ่มต้นเดือนธันวาคม แต่ภาพรวมยังคงเป็นความเชื่อมั่นในวงจรดอกเบี้ยขาลง

ผลกระทบต่อตลาดเอเชียและสินทรัพย์เสี่ยง

การเคลื่อนไหวของเฟดไม่ได้ส่งผลจำกัดอยู่แค่ในสหรัฐฯ เท่านั้น Bloomberg ชี้ให้เห็นว่าดัชนีหุ้นเอเชียมีการแกว่งตัวในช่วงเช้าของการซื้อขาย แต่ภาพรวมของภูมิภาคยังคงได้รับอิทธิพลจากนโยบายการเงินของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตลาดพันธบัตรก็ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยมีการประมูลพันธบัตร JGB อายุ 10 ปีของญี่ปุ่นกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก

สำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล รายงานจาก Bloomberg และ CNBC ระบุว่า Bitcoin มีความผันผวนอย่างมากในช่วงนี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนรีบตัดความเสี่ยงออกไปจากพอร์ตการลงทุน อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาได้รับความสนใจและปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนให้ตลาดโดยรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น

แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ให้ความเห็นผ่าน CNBC ว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวงจรการผ่อนคลายของเฟดเท่านั้น และคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่สามในปี 2568 การจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของเฟดในอนาคต ข่าวสารจากสำนักข่าวหลักทั้งสามแห่งนี้ตอกย้ำว่า แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว แต่ความเชื่อมั่นในนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของเฟดกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดการเงินโลกในขณะนี้

นักลงทุนจึงควรติดตามการรายงานข่าวแบบเรียลไทม์จาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบของการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยต่อการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ต่อไป.

(ข้อมูลสรุปจากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2568)