สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาการประชุม Fed ก่อนตัดสินใจลดดอกเบี้ย
วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568
Bloomberg ตลาดพันธบัตรตอบรับเชิงบวก คาดการณ์ Fed ลดดอกเบี้ย
Bloomberg รายงานว่า ความเชื่อมั่นในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ (Treasury Market) พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือนที่ 4.05% สะท้อนถึงการคาดการณ์ที่แข็งแกร่งว่า Fed จะดำเนินการลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้.
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ชี้ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการส่งสัญญาณถึงการสิ้นสุดของวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสถาบันกลับเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้มากขึ้น. การเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตรในเอเชียและยุโรปก็ตอบรับในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มพันธบัตร Investment Grade ที่เริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ.
CNBC ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งรับข่าวดี นักวิเคราะห์คาด S&P 500 ทำสถิติใหม่
ด้าน CNBC รายงานถึงบรรยากาศที่คึกคักในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยดัชนี S&P 500 ปิดตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย (Rate-sensitive stocks). นักลงทุนมองว่า การลดดอกเบี้ยของ Fed เป็น “ของขวัญคริสต์มาสล่วงหน้า” ที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของบริษัทและเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ.
ทีมงาน “Fast Money” ของ CNBC ได้อ้างถึงผลสำรวจที่บ่งชี้ว่า ผู้ค้าส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 มีโอกาสเคลื่อนไหวขึ้นไปอีกประมาณ 0.6% หลังจากการประกาศของ Fed. อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่า การที่ตลาดตอบรับเชิงบวกมากเกินไปอาจทำให้เกิดความผิดหวัง หากถ้อยแถลงของประธาน Fed ยังคงมีท่าทีระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในปี 2569 (2026). ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจาก Wall Street ที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC แสดงความมั่นใจว่า การลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ ในช่วงต้นปีหน้า.
Reuters จับตาสัญญาณเงินเฟ้อโลกและความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย
ในมุมมองของ Reuters ข่าวการตัดสินใจของ Fed ถูกเชื่อมโยงเข้ากับภาพรวมเศรษฐกิจโลก โดยเน้นย้ำถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่า Fed จะเตรียมลดดอกเบี้ยแล้วก็ตาม. รายงานของ Reuters ระบุว่า แม้จะมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับ 3.0% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของ Fed เล็กน้อย.
นอกจากนี้ Reuters ยังได้อ้างถึงรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่เตือนว่า ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ในปี 2569 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 40% โดยปัจจัยหลักมาจากความตึงเครียดทางการค้าและมาตรการภาษีใหม่ที่กำลังจะถูกนำมาใช้. ผลสำรวจล่าสุดของ Reuters ชี้ว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Fed อาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องอีกอย่างน้อยสองครั้งตลอดปี 2569 เพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว. การตัดสินใจของ Fed จึงไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่กำหนดทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก, โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่.
สรุปและทิศทางข้างหน้า
โดยสรุปแล้ว รายงานจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นถึงความคาดหวังที่สูงมากของตลาดต่อการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในสัปดาห์หน้า. Bloomberg ให้ภาพการปรับฐานในตลาดพันธบัตร, CNBC เน้นย้ำถึงผลบวกต่อตลาดหุ้น, และ Reuters ให้กรอบภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเปราะบาง. การประชุมของ Fed ในครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะไม่เพียงแต่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ถ้อยแถลงเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายในอนาคตจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนไปจนถึงปี 2569.



















