อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกรับปีใหม่สดใส หุ้นสหรัฐฯ พุ่งต่อ รับสัญญาณนโยบายการเงินผ่อนคลาย และคลายความกังวลภูมิรัฐศาสตร์

0
12





อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกรับปีใหม่สดใส หุ้นสหรัฐฯ พุ่งต่อ รับสัญญาณนโยบายการเงินผ่อนคลาย และคลายความกังวลภูมิรัฐศาสตร์


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกรับปีใหม่สดใส หุ้นสหรัฐฯ พุ่งต่อ รับสัญญาณนโยบายการเงินผ่อนคลาย และคลายความกังวลภูมิรัฐศาสตร์

(Bloomberg, CNBC, Reuters) ตลาดการเงินทั่วโลกได้เริ่มต้นปี 2569 ด้วยบรรยากาศที่สดใสและเต็มไปด้วยความหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังคงขยายช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการคาดการณ์ถึงทิศทางนโยบายการเงินที่อาจจะเริ่มผ่อนคลายลง และการคลี่คลายของสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์บางประการในเวเนซุเอลา

สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างรายงานตรงกันถึงภาวะ “Risk-on” หรือการที่นักลงทุนกล้าที่จะเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก แม้ว่าจะยังคงมีการเฝ้าระวังตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สร้างสถิติใหม่ รับกระแส AI Super-Cycle

ข้อมูลจาก CNBC และ Saxo Bank ชี้ให้เห็นว่าวอลล์สตรีทได้ขยายช่วงการชนะอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีหลักต่างปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ณ วันที่ 7 มกราคม 2569 โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวขึ้น 1.0% สู่ระดับ 48,289.05 จุด, ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 6,944.82 จุด และดัชนี Nasdaq ก็ปรับตัวขึ้นตามมา

การปรับตัวขึ้นดังกล่าวถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับ “วงจรการลงทุนขนาดใหญ่ในปัญญาประดิษฐ์” (AI capex super-cycle) ที่คาดว่าจะช่วยผลักดันผลกำไรของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีนี้ ขณะที่ Bloomberg รายงานว่าความเชื่อมั่นของนักกลยุทธ์ส่วนใหญ่ (21 คนที่สำรวจ) ยังคงคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งปี 2569 ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่บ่งชี้ถึงการมองเห็นการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะยาว

การเฝ้ารอ “นาที” ของ Fed และการคาดการณ์ดอกเบี้ย

แม้ว่าตลาดหุ้นจะคึกคัก แต่นักลงทุนยังคงจับตาดูทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรายงานการประชุม (Minutes) ของ Fed ที่กำลังจะมาถึง รวมถึงข้อมูลสำคัญด้านแรงงาน เช่น ตัวเลขการยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims)

Reuters รายงานว่าตลาดได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติที่คุ้นเคย นั่นคือการให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินถึงกำหนดเวลาของการลดอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2569 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความกังวลว่าข้อมูลเศรษฐกิจบางชุดอาจทำให้ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป แต่โดยรวมแล้ว แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นในตลาด

ราคาน้ำมันและภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลาย

ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และสกุลเงิน CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงการคลายความกังวลเกี่ยวกับประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยทำให้ตลาดผันผวนในช่วงต้นเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในเวเนซุเอลาที่ความกลัวเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ได้ลดลง และผู้นำคนใหม่ของเวเนซุเอลาได้ส่งสัญญาณต้องการความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในเชิงประนีประนอม

ผลจากการคลายความตึงเครียดดังกล่าว ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเป็นวันที่สองติดต่อกันเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ เนื่องจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง

สำหรับตลาดน้ำมันดิบ มีการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อน โดยในช่วงแรก ราคาน้ำมันดิบ WTI ได้ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 57.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความกังวลด้านอุปทานที่เชื่อมโยงกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม BBVA Research และ PointFX รายงานว่าราคาน้ำมันได้เริ่มปรับตัวลดลง (Ease/Drop) ในเวลาต่อมา เนื่องจากตลาดได้ซึมซับสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลายลง ทำให้นักลงทุนปรับสมดุลระหว่างความกังวลด้านอุปทานและความหวังในเสถียรภาพทางการเมือง

สรุปภาพรวม: ความหวังและความระมัดระวัง

โดยสรุปแล้ว รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters สะท้อนถึงการเริ่มต้นปี 2569 ที่แข็งแกร่งของตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าทางเทคโนโลยีและการคาดการณ์เชิงบวกเกี่ยวกับนโยบายการเงิน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงแสดงความระมัดระวังและจับตาสัญญาณจากธนาคารกลางอย่างไม่กะพริบ เพื่อยืนยันว่าการเติบโตที่เห็นอยู่นี้เป็นไปอย่างยั่งยืนหรือไม่ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงมีอยู่

แหล่งข้อมูล: Bloomberg, CNBC, Reuters (ผ่านการอ้างอิงข้อมูลข่าวสาร ณ วันที่ 5-7 มกราคม 2569)