สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตลาดโลกผันผวน เฟดคงดอกเบี้ย และเอเชียยังคงเป็นดาวเด่น
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ยังคงมีความผันผวน แต่ก็มีสัญญาณบวกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ในขณะที่นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง
1. ภาพรวมตลาดหุ้นโลก: ความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกในสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในตลาดใหญ่ๆ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (U.S. stocks) มีการปรับตัวลดลงเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนทางการเงินในอนาคต
ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นยุโรปกลับปรับตัวสูงขึ้น จากข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงการเติบโตที่ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียหลังการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้า ก็มีการย่อตัวลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ดัชนีฮั่งเส็ง (Hang Seng Index) ของฮ่องกงได้สร้างสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 นอกจากนี้ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มโลหะที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่น แม้ว่าดัชนีความผันผวน (VIX) จะยังคงมีเสถียรภาพก็ตาม
2. การตัดสินใจของ Fed และทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ประเด็นที่ตลาดการเงินทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดคือการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งในการประชุมเดือนมกราคมที่ผ่านมา Fed ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในช่วงเป้าหมายเดิม โดยนักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองว่าการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับนี้เป็นไปเพื่อประเมินสถานการณ์เงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลายลง และตลาดแรงงานที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า Fed มีแนวโน้มที่จะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับจำนวนครั้งและขนาดของการปรับลด
- Reuters และรายงานการคาดการณ์ของ Fed ในเดือนธันวาคม ชี้ว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง จำนวน 25 จุดพื้นฐานในปี 2569 โดยคาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน
- ขณะที่บางสำนัก เช่น CNBC อ้างอิงการคาดการณ์ที่มองว่า Fed อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 3 ครั้ง คิดเป็น 0.75 จุดเปอร์เซ็นต์ตลอดทั้งปี
ความไม่แน่นอนของนโยบายดอกเบี้ยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินและการไหลเข้าออกของเงินทุนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
3. เอเชีย: ดาวเด่นแห่งการเติบโตท่ามกลางความท้าทาย
ภูมิภาคเอเชียยังคงถูกมองว่าเป็น “จุดที่สดใสที่สุด” ในระบบเศรษฐกิจโลกในปี 2569 โดยมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งและได้รับการปรับประมาณการขึ้นเล็กน้อย องค์การวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office – AMRO) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน+3 จะเติบโตที่อัตราร้อยละ 4.0 ในปีนี้
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในเอเชีย ได้แก่:
- การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure)
- การผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing)
- การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว (Green Transition Themes)
แม้ว่าภาพรวมของเอเชียจะสดใส แต่สำหรับประเทศไทยเองก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ซึ่งมีรายงานอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 80 นอกจากนี้ ภาคธนาคารยังคงต้องรับมือกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลและภาคเอกชนไทยจะต้องเร่งแก้ไขเพื่อรับมือกับกระแสการเติบโตของภูมิภาคเอเชียโดยรวม.
สรุปโดยรวม ข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ตลาดโลกยังคงต้องเฝ้าระวังความชัดเจนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในขณะที่โอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญจะยังคงอยู่ในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด.
อ้างอิง: ข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC, Reuters และบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินต่างๆ (อ้างอิงหมายเลข: 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 14, 16)

















