อัปเดตข่าว: สรุปรายงานข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters

0
62






อัปเดตข่าว: สรุปรายงานข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters


อัปเดตข่าว: สรุปรายงานข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters

ตลาดการเงินทั่วโลกตอบสนองอย่างผันผวนต่อผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม แต่ส่งสัญญาณที่แข็งกร้าว (Hawkish) กว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดจำนวนครั้งของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน

Fed คงดอกเบี้ย แต่ “Dot Plot” ส่งสัญญาณตัดลดน้อยลง

Bloomberg และ Reuters รายงานตรงกันว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงช่วงเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ย Federal Funds Rate ไว้ที่ระดับเดิม โดยระบุว่าจำเป็นต้องเห็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังลดลงอย่างยั่งยืนสู่เป้าหมาย 2% ก่อนที่จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย. อย่างไรก็ตาม จุดที่สร้างความประหลาดใจและทำให้ตลาดเกิดความผันผวนคือการเปิดเผย “Dot Plot” หรือแผนภาพแสดงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการ FOMC ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ Fed ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีหน้า ซึ่งน้อยกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 3 ครั้ง และน้อยกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้มาก.

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า “นโยบายการเงินยังคงเป็นไปตามเงื่อนไข (Conditional)” และย้ำว่าการตัดสินใจใดๆ จะขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่ (Data-Dependent) ไม่ใช่การผูกมัดล่วงหน้า (Committed Easing). คำกล่าวนี้ถูกตีความว่า Fed ยังคงรักษาสภาพความยืดหยุ่นของนโยบายไว้สูง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันจากตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ตอบสนองอย่างไร

ทันทีที่รายละเอียด “Dot Plot” ถูกเผยแพร่ออกมา ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทได้แสดงปฏิกิริยาเชิงลบทันที CNBC รายงานว่า ดัชนีหลักทั้งสามดัชนีได้ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดของวัน โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดตลาดลดลง 0.3% ในขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ซึ่งเป็นดัชนีที่เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวลดลงมากกว่า 0.5% เนื่องจากนักลงทุนเริ่มลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่รุนแรงและรวดเร็ว. ความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่อาจสูงขึ้นนานกว่าที่คิดได้ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth Stocks) เป็นพิเศษ.

ในทางกลับกัน ตลาดเงินตราต่างประเทศได้เห็นการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ Reuters ชี้ว่า ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) ซึ่งวัดมูลค่าเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล พุ่งขึ้นเกือบ 0.8% แตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการคงอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเป็นระยะเวลานานขึ้นของ Fed นั้นเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์. ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนจากการถือครอง (Non-Yielding Asset) ได้ปรับตัวลดลงทันทีหลังการประกาศของ Fed.

บทวิเคราะห์: ความคาดหวังที่แตกต่างกันระหว่าง Fed กับตลาด

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักที่ให้ความเห็นกับ Bloomberg ต่างแสดงความเห็นว่า ความผันผวนของตลาดสะท้อนถึงความไม่ลงรอยกันระหว่างความคาดหวังของตลาดกับความเป็นจริงของนโยบาย Fed. คาร์สเตน บรีซสกี้ จาก ING Research ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า “ตลาดดูเหมือนจะมองข้ามประเด็นสำคัญที่ประธานพาวเวลล์เน้นย้ำ นั่นคือการตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อมูลอย่างแท้จริง”. ในขณะที่นักยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนจาก Moneta กล่าวกับ CNBC ว่า ตลาดกำลังเดิมพันกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด.

โดยสรุป การตัดสินใจล่าสุดของ Fed ได้ตอกย้ำถึงแนวทางที่ระมัดระวังในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดต้องปรับลดความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในระยะสั้น. นักลงทุนทั่วโลกจึงหันมาจับตาดูรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะเผยแพร่ในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายของ Fed ในอนาคตต่อไป

อ้างอิง: