สรุปข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ทิศทางเศรษฐกิจปี 2569 กับความท้าทายและโอกาสใหม่

0
222






สรุปข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ทิศทางเศรษฐกิจปี 2569 กับความท้าทายและโอกาสใหม่


สรุปข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ทิศทางเศรษฐกิจปี 2569 กับความท้าทายและโอกาสใหม่

กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นท่ามกลางความท้าทายหลายประการ รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งการปรับสมดุล โดยมีทั้งโอกาสใหม่ๆ และความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเงินเฟ้อ

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตในระดับปานกลาง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตของ GDP โลกที่ 3.3% ขณะที่ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินไว้ที่ 2.6% แม้จะยังคงมีการขยายตัว แต่หลายฝ่ายมองว่าโมเมนตัมการเติบโตยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งดัชนี ISM ภาคการผลิตปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจช่วยชดเชยการชะลอตัวของการบริโภคได้ชั่วคราว

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดย IMF คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 3.8% ในปี 2569 ซึ่งลดลงจาก 4.1% ในปี 2568 ตัวอย่างเช่น อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.9% และสหราชอาณาจักรลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 โดยอยู่ที่ 3% ในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าแบบกีดกันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลก

นโยบายการเงินของธนาคารกลาง

ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างระมัดระวังในปี 2569 เนื่องจากการเงินเฟ้อเข้าใกล้เป้าหมาย ในส่วนของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 0.75-1.00% ตลอดทั้งปี โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในปี 2569 และ 0.25% ในปี 2570 นอกจากนี้ การครบวาระของประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ ในเดือนพฤษภาคม 2569 และความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเสนอชื่อประธานคนใหม่ที่มีแนวคิดสนับสนุนการลดดอกเบี้ยที่เร็วกว่าเดิม ได้สร้างความไม่แน่นอนและเป็นปัจจัย “Known Unknown” ที่ตลาดจับตา

สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ต่อปี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรเทาภาระทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ดร. ดอน นาครทรรพ เลขานุการ กนง. ชี้ว่าพื้นที่ในการดำเนินนโยบายการเงินเพิ่มเติมมีจำกัด เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเข้าใกล้ระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการประชุมเดือนมีนาคม 2569 แต่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนเมษายน

ตลาดหุ้นและการลงทุน

ตลาดหุ้นโลกในปี 2569 มีแนวโน้มที่สดใส โดย Goldman Sachs คาดการณ์ว่าหุ้นทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 13% และอาจสูงถึง 15% หากรวมเงินปันผล ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของกำไร นักกลยุทธ์ของ Goldman Sachs ยังคาดการณ์ถึงการกระจายการลงทุนที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แม้จะมีความผันผวน แต่พื้นฐานกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังแข็งแกร่ง โดยคาดการณ์กำไรของ S&P 500 และ Nasdaq จะเติบโต 12.8% และ 17.0% ตามลำดับในปี 2569

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นธีมการลงทุนหลักที่ขับเคลื่อนความมั่งคั่งและเพิ่มความคาดหวังด้านผลิตภาพ อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับ “ฟองสบู่ AI” และนักลงทุนเริ่มลงโทษหุ้นของบริษัทที่อาจเป็น “ผู้แพ้” ในยุค AI โดยเฉพาะในกลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์และซอฟต์แวร์ การลงทุนใน AI ต้องเลือกสรรมากขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาของความตื่นเต้นอย่างแพร่หลายได้สิ้นสุดลงแล้ว สำหรับสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง

สถานการณ์เศรษฐกิจภูมิภาคที่สำคัญ

ในประเทศจีน ราคาบ้านใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ลดลงด้วยอัตราที่เร็วที่สุดในรอบกว่าสามปี แม้จะมีการสนับสนุนด้านนโยบายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญอยู่และส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม IMF คาดการณ์ว่า GDP ของจีนจะเติบโต 4.5% ในปี 2569 โดยการส่งออกที่แข็งแกร่งจะช่วยชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี (2569-2573) ของจีนยังคงเน้นย้ำนวัตกรรม ความพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน

ด้านเกาหลีใต้ การส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พุ่งขึ้นถึง 29.0% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 160.9% ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนใน AI ที่แข็งแกร่งและราคาชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้น

โดยสรุป ปี 2569 จึงเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกกำลังปรับเข้าสู่สภาวะสมดุลใหม่ ท่ามกลางความผันผวนจากนโยบายการเมืองและทิศทางเงินเฟ้อ นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการจัดพอร์ตลงทุนอย่างรอบคอบ โดยเน้นการกระจายความเสี่ยงและลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ เพื่อรับมือกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว