อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนภายใต้แรงกดดันจาก AI, เฟด, และสงครามการค้า
รายงานจากกรุงเทพฯ – 30 ธันวาคม 2568
สำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์ตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปีที่เต็มไปด้วยความผันผวน โดยมีปัจจัยสำคัญสามด้านที่ขับเคลื่อนตลาดอย่างรุนแรง ได้แก่ ทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), การปะทุของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งผลักดันให้ดัชนีสำคัญทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้จะมีแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้าก็ตาม
แรงหนุนจากเงินเฟ้อชะลอตัวและการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ Fed
รายงานจากทั้งสามสำนักข่าวชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงหนุนอย่างมากจากข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีและต้นปีหน้า. การคาดการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ทะยานปิดเหนือระดับ 47,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์.
อย่างไรก็ตาม, CNBC ได้รายงานถึง “ความแตกแยกที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้กำหนดนโยบายของ Fed” โดยเน้นย้ำว่านี่คือตัวแปรสำคัญที่ตลาดต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด. ความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างสมาชิก Fed เกี่ยวกับจังหวะและความจำเป็นในการลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดพันธบัตรและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินทั่วโลก.
ความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีน: ภัยคุกคามใหม่ต่อตลาดโลก
ในขณะที่ตลาดกำลังเฉลิมฉลองกับข่าวดีเรื่องเงินเฟ้อ, ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง โดย Bloomberg และ Reuters รายงานตรงกันถึงการเตรียมบังคับใช้มาตรการกำแพงภาษีระลอกใหม่ของสหรัฐฯ ต่อสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนในอัตราสูงถึง 100%.
มาตรการดังกล่าวถูกประกาศเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม และได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนทั่วโลกที่คาดไม่ถึง. รายงานระบุว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงอย่างรุนแรงทันทีที่ข่าวนี้เผยแพร่ออกมา เนื่องจากความกังวลต่อการกลับมาของสงครามการค้าเต็มรูปแบบ. การประกาศนี้ทำให้พอร์ตหุ้นของนักลงทุนหลายรายติดลบอย่างหนัก และกลายเป็นปัจจัยลบหลักที่ถ่วงดุลแรงบวกจากผลประกอบการที่ดีของบริษัทเทคโนโลยีในช่วงเวลาเดียวกัน.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สร้างสถิติใหม่ด้วยแรงขับเคลื่อนจาก AI
ท่ามกลางความผันผวนและแรงกดดันทางการค้า, CNBC ได้รายงานความคึกคักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี S&P 500 ได้ปิดตลาดทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง. แรงผลักดันหลักมาจากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI).
นักวิเคราะห์มองว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงเป็นธีมหลักที่ร้อนแรงที่สุดในตลาด. บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด ทำให้แม้จะมีข่าวร้ายทางการค้าเข้ามา แต่กลุ่มหุ้น AI ก็ยังคงเป็นหัวหอกในการผลักดันมูลค่าตลาดโดยรวมให้สูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดสรรเงินทุนของนักลงทุนที่มุ่งเน้นไปยังอนาคตของเทคโนโลยีอย่างชัดเจน
สินทรัพย์ทางเลือก: Bitcoin และตลาดพลังงาน
นอกจากตลาดหุ้นหลักแล้ว รายงานจาก BNN Bloomberg และ Reuters ยังมีการอัปเดตสถานการณ์ในตลาดสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจ โดย Bitcoin ได้มีการซื้อขายเหนือระดับ 94,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ. ขณะเดียวกัน ดัชนีกลุ่มพลังงานใน S&P 500 ก็ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568.
การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและหุ้นกลุ่มพลังงานได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย รวมถึงสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียด ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนสูง การทะยานของ Bitcoin สู่ระดับเกือบแสนดอลลาร์สหรัฐฯ ก็แสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนสถาบันที่ยังคงมีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและแหล่งทำกำไรที่สำคัญ
สรุปโดยรวม, ตลาดโลกในช่วงปลายปี 2568 เป็นภาพสะท้อนของความขัดแย้งเชิงปัจจัย: การเติบโตที่น่าตื่นเต้นของ AI และการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed ถูกถ่วงดุลด้วยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง. นักลงทุนจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่สูงขึ้นในปีถัดไป (รวม 600 คำ)

















