ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งแรง รับข่าวดีเทคโนโลยี AI และสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed

0
50





ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งแรง รับข่าวดีเทคโนโลยี AI และสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งแรง รับข่าวดีเทคโนโลยี AI และสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสความเชื่อมั่นในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น และความคืบหน้าของข้อตกลงการค้าเชิงกลยุทธ์ระหว่างสหรัฐฯ-ไต้หวัน ได้เข้ามาเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมในตลาดโลก

รายงานข่าวจาก Bloomberg และ CNBC ระบุว่า ตลาดวอลล์สตรีทในช่วงที่ผ่านมามีการซื้อขายอย่างคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเทคโนโลยี ซึ่งเป็นแรงผลักดันหลักให้ดัชนีสำคัญ ๆ พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Nvidia, Apple, Microsoft, Amazon และ Alphabet (Google) ได้เป็นหัวหอกสำคัญในการทำกำไรของดัชนี S&P 500 ซึ่งมีการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักอีกครั้งในปีนี้. นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่งและแนวโน้มเชิงบวกของเทคโนโลยี AI ที่คาดว่าจะสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว.

นโยบายการเงินของ Fed: การผ่อนคลายที่มาพร้อมความกังวลเศรษฐกิจ

ในส่วนของนโยบายการเงิน รายงานจาก Reuters และแหล่งข่าวทางการเงินชั้นนำระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ส่งสัญญาณที่เปิดกว้างมากขึ้นต่อการหยุดการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือแม้กระทั่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง. คาดการณ์ในตลาดส่วนใหญ่ชี้ไปที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน (basis points) ในการประชุมที่กำลังจะมาถึง.

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ Fed ได้ดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาแล้วสามครั้งในปี 2567 และมีการหยุดชั่วคราวเป็นระยะเวลานาน. แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แต่ผู้ว่าการ Fed บางรายได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับจังหวะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และการปรับลดตัวเลขข้อมูลเศรษฐกิจในเดือนก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ “เป็นปกติ” ของการชะลอตัว. ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยกองทุนของรัฐบาลกลาง (Federal Funds Rate) อยู่ในช่วง 4.0–4.25% ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและกระตุ้นการลงทุนในตลาด.

ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-ไต้หวัน: การเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาด โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี คือ ข้อตกลงการค้าเชิงกลยุทธ์ที่ลงนามระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวัน. ข้อตกลงนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ และตอกย้ำความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศสหรัฐฯ.

ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการลดภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สำหรับสินค้าส่งออกจากไต้หวันลงเหลือ 15% จากเดิม 20%. นอกจากนี้ ไต้หวันยังให้คำมั่นที่จะลงทุนครั้งใหญ่หลายแสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความร่วมมือนี้. นักวิเคราะห์มองว่า การลงทุนในเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันในสหรัฐฯ ถือเป็นวาระสำคัญ และข้อตกลงนี้ได้ช่วยหนุนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย. ข้อตกลงนี้ยังถูกมองว่าเป็นความพยายามเชิงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ในการรับมือกับการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชีย

สรุปและแนวโน้ม

โดยสรุปแล้ว ข่าวอัปเดตจากสำนักข่าวชั้นนำทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงตลาดการเงินโลกที่อยู่ในภาวะที่ซับซ้อน: ตลาดหุ้นเต็มไปด้วยความคึกคักจากกระแส AI และเทคโนโลยี, นโยบายการเงินของ Fed ที่เริ่มผ่อนคลายเพื่อรับมือกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ, และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลกผ่านข้อตกลงการค้า. นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูความตึงเครียดด้านเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และผลกระทบต่อเนื่องของข้อตกลงทางการค้าต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว

ที่มา: รวบรวมและเรียบเรียงจากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters