สรุปข่าวเด่น: “เฟด” หั่นดอกเบี้ยรอบที่สามติดต่อกัน ส่งสัญญาณผ่อนคลายต่อเนื่องในปีหน้า

0
45






สรุปข่าวเด่น: อัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters


สรุปข่าวเด่น: “เฟด” หั่นดอกเบี้ยรอบที่สามติดต่อกัน ส่งสัญญาณผ่อนคลายต่อเนื่องในปีหน้า

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 25 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 3.50% – 3.75% ในการประชุมครั้งล่าสุด ซึ่งนับเป็นการปรับลดเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในปีนี้ ท่ามกลางสัญญาณเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงและตลาดแรงงานที่เริ่มคลายความร้อนแรง นักวิเคราะห์จากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกต่างจับตามองถึงทิศทางของ “Dot Plot” ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่อาจดำเนินต่อไปจนถึงปี 2569 และ 2570.

การตัดสินใจที่สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาด

รายงานข่าวจาก Reuters และ CNBC ระบุว่า การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในวงกว้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ให้สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Soft Landing) ได้อย่างราบรื่น แม้ว่าจะมีกรรมการบางส่วนแสดงความเห็นต่าง (Dissent) ในการประชุมครั้งนี้ แต่เสียงส่วนใหญ่ยังคงเห็นชอบกับการดำเนินนโยบายที่เน้นความยืดหยุ่นและข้อมูลทางเศรษฐกิจเป็นหลัก.

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุม โดยย้ำว่า แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มที่เป็นบวก แต่ความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงเกินเป้าหมายได้เริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการชะลอตัวลงของตลาดแรงงานที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น ทำให้คณะกรรมการมีความมั่นใจในการปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายจากเดิมที่เน้นการคุมเข้มมาสู่การผ่อนคลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป.

การคาดการณ์อนาคตจาก “Dot Plot” และมุมมองนักวิเคราะห์

ข้อมูลจาก “Dot Plot” หรือแผนภาพจุดที่แสดงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่ Fed แต่ละราย ได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียดโดย Bloomberg News โดยชี้ให้เห็นว่า ค่ามัธยฐานของการคาดการณ์บ่งชี้ว่า อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 25 จุดพื้นฐานในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 และจะมีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจนอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจอยู่ในช่วงต่ำกว่า 3% ภายในปี 2570.

อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินที่นำเสนอผ่าน CNBC และ Reuters บางแห่งกลับมองว่า Fed อาจถูกบีบให้ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ลึกกว่าและเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วเกินคาด หรือสัญญาณของภาวะเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงส่งผลกระทบต่อการส่งออกของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ.

ผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกและประเทศไทย

การส่งสัญญาณผ่อนคลายของ Fed ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวสูงขึ้นอย่างคึกคัก เนื่องจากนักลงทุนมองเห็นโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำลง และความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ลดลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ทั่วโลก.

สำหรับประเทศไทย บทวิเคราะห์ร่วมจากนักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันการเงินไทยและต่างประเทศระบุว่า การผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed จะเป็นผลดีต่อตลาดการเงินในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากจะช่วยลดแรงกดดันต่อการไหลออกของเงินทุน และอาจกระตุ้นให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) กลับสู่ตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นไทย ซึ่งจะช่วยเสริมเสถียรภาพให้กับค่าเงินบาทและเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจไทยได้ในระยะต่อไป.

โดยสรุปแล้ว การตัดสินใจล่าสุดของ Fed สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการประคับประคองเศรษฐกิจ และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกไปจนถึงสิ้นปี 2569 และต่อเนื่องไปถึงปี 2570 ตามการวิเคราะห์และรายงานข่าวที่ครอบคลุมจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters.

อ้างอิงข้อมูลจากการสรุปข่าวและบทวิเคราะห์จาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters (อ้างอิงจากข้อมูลการประชุม FOMC เดือนธันวาคม 2568 และประมาณการทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง).