News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
55






News update from Bloomberg, CNBC, Reuters


News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

รายงานข่าวจาก สำนักข่าวบลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี และรอยเตอร์ส | วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิมในการประชุมล่าสุด แต่ส่งสัญญาณที่ “ผ่อนคลาย” มากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ท่ามกลางข้อมูลเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างคึกคัก ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงทันที

Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลาย: ตลาดตีความว่าเป็นการปูทางสู่การลดดอกเบี้ย (Bloomberg)

รายงานจาก บลูมเบิร์ก ระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม แต่ถ้อยแถลงหลังการประชุมมีการปรับเปลี่ยนภาษาที่ใช้ โดยเน้นย้ำถึงความคืบหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อ และยอมรับว่าความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมีความสมดุลมากขึ้น. นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่านี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า Fed กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบหลายปี โดยคาดการณ์ว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกอาจเกิดขึ้นในช่วงกลางปีนี้.

เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed กล่าวในงานแถลงข่าวว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่คณะกรรมการยังคงต้องการเห็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายที่ 2% อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของตลาดวอลล์สตรีทเริ่มมีความเห็นแตกแยกกันเกี่ยวกับจำนวนครั้งในการลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยบางธนาคารใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยมากกว่า 150 จุดพื้นฐาน.

ปฏิกิริยาของตลาด: หุ้นพุ่ง-ดอลลาร์อ่อนค่า (Reuters)

รอยเตอร์ส รายงานถึงผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกหลังจากการประกาศของ Fed ดังนี้:

  • ตลาดหุ้น: ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง โดยมีแรงหนุนจากความคาดหวังว่าต้นทุนการกู้ยืมจะลดลง. กลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นผู้นำตลาด โดยมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นผิดปกติ.
  • ค่าเงิน: ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ปรับตัวลดลงทันที เนื่องจากความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนย้ายเงินไปยังสกุลเงินอื่น ๆ และสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า. การอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นข่าวดีสำหรับตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงค่าเงินบาทของไทยที่ได้รับแรงหนุนให้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย.
  • พันธบัตร: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงความต้องการพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นและความคาดหวังในอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ต่ำลง.

การตอบสนองของตลาดแสดงให้เห็นว่านักลงทุนตีความถ้อยแถลงของ Fed ในเชิงบวกอย่างมาก โดยเชื่อว่า Fed สามารถบรรลุ “Soft Landing” ได้ นั่นคือการควบคุมเงินเฟ้อได้สำเร็จโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

มุมมองนักวิเคราะห์: ความท้าทายของเงินเฟ้อที่อยู่อาศัยและตลาดแรงงาน (CNBC)

ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐศาสตร์ที่ให้ความเห็นผ่าน CNBC ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีสัญญาณที่ดีจากตัวเลขเงินเฟ้อโดยรวม แต่ความท้าทายที่สำคัญยังคงอยู่ในตลาดแรงงานและราคาที่อยู่อาศัย.

นักวิเคราะห์จากธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่กล่าวว่า: “แม้ว่าเงินเฟ้อโดยรวม (Headline CPI) จะลดลง แต่เงินเฟ้อภาคบริการและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘เงินเฟ้อที่อยู่อาศัย’ (Shelter Inflation) ซึ่งมีน้ำหนักถึง 35% ในการคำนวณ CPI ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะปรับตัวช้ากว่าความเป็นจริงในตลาด.”

นอกจากนี้ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีความตึงตัว แม้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจทำให้ Fed ต้องใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจลดดอกเบี้ย. นักลงทุนจึงควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะประกาศในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางของนโยบายการเงินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.

โดยสรุป การตัดสินใจของ Fed ในครั้งนี้ได้สร้างความเชื่อมั่นครั้งใหม่ในตลาดการเงินทั่วโลก โดยเปลี่ยนโฟกัสจาก ‘การขึ้นดอกเบี้ย’ ไปสู่ ‘การลดดอกเบี้ย’ อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของตลาดหุ้นและสกุลเงินไปจนถึงช่วงสิ้นปี

อ้างอิงข้อมูลจากการวิเคราะห์และรายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters