สรุปข่าวเด่นเศรษฐกิจโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters รายงานตลาดผันผวนครั้งใหญ่
สำนักข่าวชั้นนำระดับโลก อาทิ Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่รายงานข่าวที่ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงนโยบายการเงินไว้อย่างเข้มงวด ท่ามกลางการจับตาผลประกอบการของบริษัทในยุโรปอย่างใกล้ชิด.
1. ตลาดหุ้นเทคโนโลยีโลกเผชิญวิกฤต “Tech Rout” (รายงานโดย Reuters และ CNBC)
ตลาดหุ้นทั่วโลกได้ขยายตัวขาดทุนต่อเนื่องเป็นวันที่สามติดต่อกันในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นตัวนำการร่วงลงครั้งใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า “Tech Rout”. ดัชนี Nasdaq ได้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่กลับมาอีกครั้งเกี่ยวกับมูลค่าที่สูงเกินไปของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI). หุ้นของบริษัท Advanced Micro Devices (AMD) เป็นหนึ่งในหุ้นที่นำการเทขาย โดยมีอัตราการลดลงที่ชันที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน.
นักวิเคราะห์จาก CNBC ชี้ว่า การเทขายครั้งนี้ได้สร้างความกังวลที่คล้ายคลึงกับบทเรียนจากวิกฤตฟองสบู่ดอทคอมในอดีต. แม้ว่าเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกโดยรวมจะยังคงแข็งแกร่ง แต่ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่ม AI นั้น ได้กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความเปราะบางให้กับตลาด. การร่วงลงของตลาดหุ้นเอเชียก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากการเทขายหุ้นเทคโนโลยี.
2. Bitcoin ดิ่งเหวเผชิญ “วิกฤตศรัทธา” (รายงานโดย Bloomberg)
ในขณะที่ตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดัน ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีก็ประสบกับความปั่นป่วนอย่างหนักเช่นกัน. สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ราคา Bitcoin ได้ดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 72,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และลดลงไปถึงระดับ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงที่ตลาดโลกเกิดภาวะ “risk-off”. ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ราคาของสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดนี้ได้ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ.
รายงานระบุว่า การดิ่งลงอย่างต่อเนื่องของ Bitcoin เป็นผลมาจากการสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาด หรือที่เรียกว่า “Crisis of Faith” โดย Bitcoin ได้สูญเสียมูลค่าไปแล้วกว่า 44% นับตั้งแต่จุดสูงสุดในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา. ภาพรวมของตลาดคริปโตฯ ได้สูญเสียมูลค่ารวมไปแล้วกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ทำให้เกิดแรงกดดันต่อราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขุดและการซื้อขายคริปโตฯ อย่างมีนัยสำคัญ.
3. ECB คงอัตราดอกเบี้ย จับตาผลประกอบการยุโรป (รายงานโดย Reuters และ CNBC)
ในส่วนของภูมิภาคยุโรป ความสนใจของนักลงทุนได้พุ่งเป้าไปที่การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน. ECB ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยหลักทั้งสามไว้ที่ระดับเดิม ในการประชุมนโยบายครั้งแรกของปี 2569. การประเมินล่าสุดของ ECB ยืนยันว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงคาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% ในระยะกลาง.
รายงานจาก Reuters ระบุว่า การตัดสินใจของ ECB สะท้อนถึงท่าที “รอดูสถานการณ์” (wait-and-see mode) โดยธนาคารกลางยุโรปยังคงความเข้มงวดของนโยบายการเงินไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้บรรเทาลงอย่างถาวรก่อนที่จะพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ย. ตลาดหุ้นยุโรปมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันที่มีการประกาศนโยบาย เนื่องจากนักลงทุนกำลังประเมินผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่ทยอยประกาศออกมา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการตรวจสอบสุขภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาค.
สรุป: รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีที่นำโดยความกังวลเรื่อง AI วิกฤตศรัทธาในตลาดคริปโตฯ และความเข้มงวดของนโยบายการเงินในยุโรป ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจลงทุนในช่วงเวลานี้อย่างยิ่ง.

















