สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ประจำวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

0
35






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ประจำวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ประจำวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

ทั่วโลกยังคงเผชิญกับพลวัตทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะประเด็นนโยบายภาษีของสหรัฐฯ สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

นโยบายภาษีสหรัฐฯ และผลกระทบต่อการค้าโลก

ประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงสัปดาห์นี้คือคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่วินิจฉัยว่านโยบายภาษีที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยเรียกเก็บภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกคำสั่งบริหารใหม่ทันที โดยใช้มาตรา 122 เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าใหม่ในอัตราร้อยละ 15 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ภาพรวมอัตราภาษีที่แท้จริงทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 13-15 แม้ว่าตลาดจะตอบรับข่าวนี้โดยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า และเศรษฐกิจโลกได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นต่อความผันผวนจากนโยบายภาษีของทรัมป์ในปีที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อ่อนค่าลงเล็กน้อย ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย รายงานระบุว่าสหราชอาณาจักรอาจได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีดังกล่าว ตามมาด้วยอิตาลีและสิงคโปร์ ขณะที่อินเดียได้เลื่อนการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ออกไป เนื่องจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษี

ภาพรวมเศรษฐกิจและนโยบายธนาคารกลาง

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดจากสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัว โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัวเพียงร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบเป็นรายปี ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.0 และชะลอลงอย่างชัดเจนจากไตรมาส 3 ที่เติบโตถึงร้อยละ 4.4 สำหรับทั้งปี 2568 เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 2.2 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดในรอบ 5 ปี ด้านอัตราเงินเฟ้อ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไปในเดือนธันวาคม 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบรายปี และ Core PCE เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

ในส่วนของประเทศไทย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 2.1 ในปี 2568 และร้อยละ 1.6 ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็นร้อยละ 1.8 โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นและเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ โนมูระ โฮลดิงส์ อิงค์ คาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างรุนแรงสู่ระดับร้อยละ 1 ภายในไตรมาสแรกของปี 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่ CIMBT คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรอดูผลของการส่งผ่านนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ด้านธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 3.85 ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี และธนาคารกลางแคนาดาคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 2.25 ส่วนธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.50-3.75 ในการประชุมปลายเดือนมกราคม 2569

สถานการณ์ตลาดหุ้นและราคาสินค้าโภคภัณฑ์

ตลาดหุ้นทั่วโลกแสดงความเคลื่อนไหวที่หลากหลาย โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500 futures) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันจันทร์ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น ที่น่าจับตาคือตลาดหุ้นไทย (SET Index) ซึ่งเป็นตลาดที่ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10.11 หรือ 134 จุด ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 และนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนมาจากการไหลเข้าของเงินทุนทั่วโลก (De-dollarization) และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีเกินคาด เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด โดยมีความต้องการชิป AI สูง ทำให้ราคาชิป HBM4 มีแนวโน้มปรับขึ้นร้อยละ 20-30 บริษัท Nvidia และผู้ผลิตชิปรายใหญ่อื่นๆ เช่น SK Hynix, Samsung, TSMC คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งนี้

ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเป็น 5,135 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) อยู่ที่ 66.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent อยู่ที่ 71.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และ WTI สำหรับไตรมาส 4 ปี 2569 ขึ้นเป็น 60 ดอลลาร์และ 56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตามลำดับ เนื่องจากระดับสต็อกน้ำมันในกลุ่มประเทศ OECD อยู่ในระดับต่ำ สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทย ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 น้ำมันเบนซินอยู่ที่ 39.14 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 ซูเปอร์พาวเวอร์อยู่ที่ 40.04 บาทต่อลิตร

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป อิหร่านและรัสเซียได้ทำการซ้อมรบทางเรือร่วมกันในทะเลโอมาน ขณะที่สหรัฐฯ ได้กำหนดเส้นตายสำหรับการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน ความขัดแย้งในยูเครนยังคงยืดเยื้อ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เช่น อิสราเอล-ปาเลสไตน์ และเยเมน ยังคงเป็นจุดที่ต้องจับตา นอกจากนี้ การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทั้งในมิติการค้าและเทคโนโลยี ยังคงเป็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญในระยะยาว

สรุปได้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายจากนโยบายทางการค้าที่ไม่แน่นอนของสหรัฐฯ และความผันผวนของตลาดพลังงานและหุ้นที่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว