News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
67

สะพานข่าวโลก: สรุปสถานการณ์สำคัญจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงประเด็นสำคัญหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกและแนวโน้มเศรษฐกิจในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นับตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้น นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ไปจนถึงทิศทางของอัตราเงินเฟ้อและตลาดเทคโนโลยี

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หนุนราคาน้ำมันและทองคำ

หนึ่งในประเด็นร้อนที่จับตาคือความกังวลเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ อาจใช้โจมตีอิหร่าน หากการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ล้มเหลว สถานการณ์นี้ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงทะลุระดับ 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ และยังคงแกว่งตัวในระดับสูง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 66.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความไม่แน่นอนนี้ยังส่งผลให้ราคาทองคำฟิวเจอร์สดีดตัวสูงขึ้นเหนือ 5,000 ดอลลาร์ เนื่องจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความวิตกกังวลของตลาดต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลาง

นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สร้างความผันผวนในตลาด

ในอีกด้านหนึ่ง นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดหุ้น โดย CNBC รายงานเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ดัชนีล่วงหน้าของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% จากเดิม 10% การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากการตัดสินใจของศาลฎีกาที่คว่ำบาตรภาษี “ตอบโต้” ของประธานาธิบดี และเพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตรึงดอกเบี้ย ท่ามกลางตลาดแรงงานชะลอตัว

ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยมีการผลักดันจากกลุ่มสายเหยี่ยวใน Fed เพื่อต่อต้านการเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่ารายงานเงินเฟ้อเมื่อกลางปี 2568 จะเป็นไปตามคาด แต่ความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ ขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดยมีการเติบโตของรายได้ที่ช้าลงและโอกาสในการทำงานที่ลดลง ซึ่งขัดแย้งกับตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งในช่วงต้นปี บ่งชี้ถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ตลาดเทคโนโลยีและการเติบโตของตลาดเกิดใหม่

สำหรับภาคเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลาดกำลังเผชิญกับการ “หมุนเวียน” ของการลงทุน โดยมีความกังวลบางประการ แต่ก็ยังคงมองโลกในแง่ดีต่อศักยภาพในระยะยาวของภาคส่วนนี้ ในขณะเดียวกัน ตลาดเกิดใหม่กลับมีแนวโน้มที่ดี โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนในภูมิภาคเหล่านี้

การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลเข้มงวดขึ้น

ในภาคส่วนสินทรัพย์ดิจิทัล หน่วยงานกำกับดูแลได้เริ่มดำเนินการอย่างจริงจัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินของสหราชอาณาจักร (FCA) ได้เริ่มกระบวนการทางกฎหมายกับ HTX (ชื่อเดิม Huobi) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีระดับโลก ฐานทำการส่งเสริมการขายทางการเงินที่ผิดกฎหมาย การดำเนินการนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานกำกับดูแลในการปกป้องผู้บริโภคและรักษาความสมบูรณ์ของตลาดการเงิน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

ในระดับภูมิภาค ธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศไทยในปี 2569 ลงเหลือ 1.6% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้สูงกว่านี้ สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของการค้าโลกและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เคยเตือนไว้เมื่อต้นปี 2566 ว่าจะเผชิญกับความท้าทายจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงและสงครามในยูเครน อย่างไรก็ตาม การเปิดประเทศของจีนยังคงเป็นความหวังที่อาจช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยได้บ้าง

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์โลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แสดงให้เห็นถึงพลวัตที่ซับซ้อน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลง นโยบายการเงินที่เข้มงวด และการปรับตัวของตลาดเทคโนโลยี ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมืออย่างใกล้ชิด