สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เกาะติดสถานการณ์โลกและเศรษฐกิจ
วันที่ 1 มีนาคม 2569
สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์สำคัญที่กำลังขับเคลื่อนภูมิทัศน์โลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมีประเด็นร้อนหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ไปจนถึงการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ.
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: การโจมตีสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน
ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาคือการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อเป้าหมายในอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569. ประธานาธิบดีตุรกี เรเจป ตัยยิป แอร์โดอัน (Tayyip Erdoğan) ได้ออกมากล่าวประณามการโจมตีดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิหร่านและเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพของประชาชนอิหร่าน. อย่างไรก็ตาม เขายังเสริมว่าการโจมตีประเทศในอ่าวโดยอิหร่านก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เช่นกัน และเตือนว่าภูมิภาคนี้อาจถูกลากเข้าสู่ “วงจรแห่งไฟ” หากไม่มีการยับยั้งทางการทูต.
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่านแล้ว. รายงานระบุว่าเป้าหมายสำคัญรวมถึงสำนักงานของผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ในกรุงเตหะราน. ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้กล่าวเตือนว่า หากอิหร่านตอบโต้ สหรัฐฯ จะโจมตีด้วย “กำลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน”. กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ประณามการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยกล่าวหาว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่าน และให้คำมั่นว่าจะตอบโต้. เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนอย่างมาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของอุปทาน.
นโยบายการค้าของสหรัฐฯ: ทรัมป์กลับมาพร้อมภาษีใหม่
ในด้านนโยบายการค้า ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้. อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 แทน. การเปลี่ยนแปลงนี้นำมาซึ่งความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้า โดยสหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุไว้. สหราชอาณาจักรอาจเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ.
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก
ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกยังคงดำเนินนโยบายการเงินด้วยความระมัดระวัง:
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed): ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%. รายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย.
- ธนาคารกลางยุโรป (ECB): มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ โดยระบุว่าแม้เงินเฟ้อเดือนมกราคมลดลงสู่ระดับ 1.7% แต่แนวโน้มข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอน. ประธานธนาคารกลางยุโรป คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ย้ำว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ และส่งสัญญาณว่าตลาดไม่ควรคาดหวังการลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมเร็วเกินไป.
- ธนาคารกลางจีน (PBOC): มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 สะท้อนท่าทีที่ระมัดระวัง โดยพยายามรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนเศรษฐกิจกับความกังวลด้านเสถียรภาพค่าเงิน.
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี โดยมีผลทันที. เหตุผลหลักคือเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ เงินเฟ้อที่มีความเสี่ยงด้านต่ำ และสภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนที่ยังตึงตัว รวมถึงความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน. นอกจากนี้ ผู้ว่าการ ธปท. ยังเปิดเผยว่า ธปท. กำลังทบทวนโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคาร 10-15 รายการ เพื่อจัดให้มีมาตรฐานเดียวกันและลดภาระประชาชน.
การลงทุนใน AI และเทคโนโลยี: การปรับกลยุทธ์และโอกาสใหม่
ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก. OpenAI ได้รับเงินทุนสนับสนุน 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก Amazon, Nvidia และบริษัทอื่นๆ โดยมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 7.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ. อย่างไรก็ตาม OpenAI ได้ปรับลดประมาณการการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดจาก 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เหลือประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573 โดยมีข้อกังวลว่าโอกาสการเติบโตก่อนหน้านี้อาจสูงเกินไป.
ขณะเดียวกัน CNBC กำลังปรับโครงสร้างห้องข่าวเพื่อรวมการดำเนินงานด้านโทรทัศน์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยจะมีการเลิกจ้างพนักงานเกือบ 10 ราย รวมถึงบรรณาธิการบริหารของเว็บไซต์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวระบบสมาชิกแบบชำระเงิน (paywall) บนเว็บไซต์. นอกจากนี้ Bloomberg ยังได้ร่วมมือกับ Kaiko บริษัทข้อมูลและวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อนำเสนอข้อมูลใบอนุญาตของ Bloomberg บนเครือข่ายบล็อกเชน โดยมุ่งเน้นที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และธุรกรรม repo. สหรัฐฯ ยังได้ประกาศโครงการริเริ่มใหม่ที่เรียกว่า “Tech Corps” ซึ่งคล้ายกับ Peace Corps แต่เน้นไปที่ AI เพื่อเสริมสร้างตำแหน่งในตลาด AI ระหว่างประเทศ.
ภาพรวมข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters สะท้อนให้เห็นถึงโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและการตัดสินใจของนักลงทุนทั่วโลก.



















