พาดหัวข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางเดือด ราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดหุ้นจับตา AI และนโยบายดอกเบี้ย
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์โลกเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความผันผวนครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่คาดคิด ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดการเงินยังคงจับตาแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง และบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลลึกเกี่ยวกับพัฒนาการที่สำคัญเหล่านี้
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุ: ปฏิบัติการทางทหารและผลกระทบต่อภูมิภาค
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งสำคัญ” ในอิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากการโจมตีของอิสราเอลด้วยเช่นกัน รายงานระบุว่า เป้าหมายของการโจมตีรวมถึงกระทรวงหลายแห่งในกรุงเตหะราน และเมืองสำคัญอื่นๆ เช่น อิสฟาฮาน กอม คาราจ และเคอร์มานชาห์ เหตุการณ์ดังกล่าวได้นำไปสู่การยืนยันการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านได้ประณามการกระทำนี้ว่าเป็น “การละเมิดอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างโจ่งแจ้ง” และให้คำมั่นว่าจะตอบโต้
หลังจากนั้นไม่นาน อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้ โดยมีเป้าหมายที่ฐานทัพสหรัฐฯ และเมืองต่างๆ ในอิสราเอล รวมถึงประเทศอาหรับที่เป็นพันธมิตรกับวอชิงตัน ส่งผลให้เกิดเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นทั่วอิสราเอล และมีรายงานการระเบิดในดูไบและโดฮา ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้ยังทำให้การขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับน้ำมันทั่วโลก ต้องหยุดชะงักลง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า เป้าหมายของปฏิบัติการคือการกำจัดภัยคุกคามจากระบอบอิหร่าน
ตลาดน้ำมันผันผวนหนัก: โอเปกพลัสเร่งพิจารณาเพิ่มกำลังผลิต
ผลพวงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 12% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา แตะระดับ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างและการหยุดชะงักของอุปทาน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) กำลังพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยอาจเพิ่มขึ้น 411,000 บาร์เรลต่อวัน หรือมากกว่านั้น เพื่อชดเชยผลกระทบจากการหยุดชะงักในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า หากความขัดแย้งบานปลาย ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้น: AI ยังคงเป็นแกนนำ ท่ามกลางความไม่แน่นอน
แม้จะมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ผลสำรวจของ Reuters ชี้ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะอยู่ที่ 3% ซึ่งเท่ากับที่คาดการณ์ไว้เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ Goldman Sachs Research คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของโลกจะเพิ่มขึ้น 2.9% ในปี 2569 โดยมีปัจจัยหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง และผลกระทบจากภาษีนำเข้าที่ลดลง โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะขยายตัว 2.8% การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการสนับสนุนนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกมองว่าเป็นตัวขับเคลื่อนผลิตภาพที่สำคัญ Fidelity ระบุอย่างชัดเจนว่า AI จะเป็นธีมสำคัญของตลาดหุ้นในปี 2569
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นทั่วโลกคาดว่าจะมีการปรับตัวสูงขึ้นในปี 2569 แต่จะมีผลตอบแทนที่ช้าลงและมีความผันผวนมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มีความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไปและการกระจุกตัวของตลาดในบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพียงไม่กี่แห่ง
นโยบายธนาคารกลางและข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ
ในด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลก (ยกเว้นธนาคารกลางญี่ปุ่น) มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลาย แต่ภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ อาจจำกัดขอบเขตของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อประจำปีของเยอรมนีลดลงมาอยู่ที่ 1.9% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ในขณะที่ราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนเมษายน ส่วนในสหราชอาณาจักร อัตราการว่างงานแตะระดับ 5.2% ในไตรมาส 4 ปี 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดโรคระบาด
โดยสรุป ปี 2569 จะเป็นปีที่ตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงาน ในขณะเดียวกัน การเติบโตของเศรษฐกิจยังคงได้รับแรงหนุนจากการลงทุนใน AI และนโยบายสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดและภาวะเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด.



















