News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
38

สรุปข่าวเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ท่ามกลางความผันผวนและความหวังปี 2569

สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสารสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินในช่วงต้นปี 2569 โดยมีประเด็นหลักที่น่าจับตาได้แก่ การตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ความผันผวนในตลาดหุ้นเทคโนโลยี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย

ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และเงินเฟ้อ: Fed ยืนกราน “รอดู”

ตามรายงานของ Bloomberg และ KAsset ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% ในการประชุมเมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยครั้งแรกของปี หลังจากปรับลดมาหลายครั้งตลอดปี 2568 การตัดสินใจนี้สะท้อนท่าที “รอดู” เพื่อประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ ได้กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้แข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะยาวที่ 2% และยังมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวขึ้นได้อีก นักวิเคราะห์จาก KAsset คาดว่า Fed ยังมีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปี 2569 หลังจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ขณะที่ผลสำรวจของ Bloomberg News ชี้ว่านักเศรษฐศาสตร์ปรับเพิ่มมุมมองต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสหรัฐฯ สำหรับปี 2569 เล็กน้อยเป็น 2% แต่ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อไว้ที่ 2.8%

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า: เมฆหมอกปกคลุมเศรษฐกิจโลก

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง ตามที่ Reuters และกรุงเทพธุรกิจรายงาน สถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส รวมถึงการโจมตีเรือในทะเลแดงของกลุ่มฮูตี ได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นไปได้ที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกลับมาใช้นโยบายภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 15% ได้สร้างความไม่แน่นอนและแรงกดดันต่อตลาดหุ้นยุโรปและทิศทางการค้าโลก European Parliament ได้ชะลอกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อประเมินผลกระทบเพิ่มเติมจากมาตรการภาษีดังกล่าว ความเสี่ยงเหล่านี้ยังรวมถึง “สงครามเย็นด้านเทคโนโลยี” ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความเข้มข้นขึ้น

การเติบโตของเทคโนโลยีและ AI: โอกาสและความกังวลเรื่อง “ฟองสบู่”

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก รายงานจาก CNBC ระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้กลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายเริ่มเตือนถึงความเสี่ยงของ “ฟองสบู่ AI” ที่อาจเกิดจากการขับเคลื่อนด้วยความกลัวที่จะพลาดโอกาส (FOMO) และการใช้เงินทุนที่ซับซ้อนเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล ซึ่งอาจมีความเสี่ยงหากเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่สามารถสร้างมูลค่าเชิงพื้นฐานได้ตามที่คาดหวัง การเติบโตของภาคบริการดิจิทัลและซอฟต์แวร์ยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการทำธุรกรรมออนไลน์และการปรับโครงสร้างองค์กรสู่ดิจิทัล

เศรษฐกิจไทยปี 2569: เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ท่ามกลางดอกเบี้ยต่ำและเงินเฟ้อติดลบ

สำหรับประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 1.00% ภายในสิ้นปี 2569 หรือคงอยู่ที่ระดับ 1.00% ตลอดทั้งปี เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่เผชิญความเปราะบางจากภายในและแรงกดดันจากภายนอก วิจัยกรุงศรีประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวในอัตราชะลอลงสู่ระดับ 2.0% หรือต่ำกว่าศักยภาพที่ 2.7% ท่ามกลางระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูง และการบริโภคภาคเอกชนที่มีแนวโน้มเติบโตช้าลง การส่งออกมีแนวโน้มหดตัวจากผลกระทบของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และการแข่งขันที่สูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเป็น 0.2% ในปี 2569 หลังจากที่ติดลบในปี 2568 ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงภาวะเงินฝืดในบางช่วง นอกจากนี้ ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกและความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา

โดยสรุปแล้ว แม้ตลาดการเงินโลกจะยังคงมีความหวังจากการเติบโตของภาคเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI แต่ความผันผวนจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการทางการค้า ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2569 นี้