อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
สถานการณ์ข่าวสารทั่วโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 เต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงของสหรัฐฯ และแรงกดดันในตลาดหุ้น การรายงานจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง: การโจมตีอิหร่านและการตอบโต้
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเกาหลีเหนือได้ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการ “รุกรานที่ผิดกฎหมาย” ขณะที่จีนแสดงความกังวลอย่างยิ่ง เรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันที และแนะนำให้พลเมืองจีนในอิสราเอลและอิหร่านเร่งอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือเดินทางออกจากประเทศ
ผลพวงจากความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานทันที โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นถึง 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันที่หยุดชะงักผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก กลุ่ม OPEC+ กำลังหารือเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน เพื่อพยุงสถานการณ์ตลาด นอกจากนี้ ยังมีรายงานการประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ในปากีสถาน โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 รายใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี
นโยบายภาษีของทรัมป์และการค้าโลก
ในด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตราร้อยละ 15 หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยจำกัดอำนาจฉุกเฉินของเขา การตัดสินใจนี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อภูมิทัศน์การค้าโลก โดยสหภาพยุโรปได้ชะลอกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับแผนภาษีดังกล่าว
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Economics ประเมินว่า หากมีการเก็บภาษีทั่วโลกในอัตราร้อยละ 10 อัตราภาษีที่แท้จริงโดยเฉลี่ยของสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 13.6 เป็นร้อยละ 16.5 นโยบายนี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และสร้างความผันผวนในตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนพยายามประเมินผลกระทบและความไม่แน่นอนจากระบอบภาษีใหม่ของทรัมป์
ตลาดหุ้นผันผวนและข่าวสารองค์กร
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average, S&P 500 และ Nasdaq Composite ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคมออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อหลายอุตสาหกรรม และนโยบายภาษีของทรัมป์ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ฉุดรั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปก็ปรับตัวลดลงเช่นกันจากแรงกดดันด้านภาษีของสหรัฐฯ
ในข่าวดีสำหรับภาคเทคโนโลยี NVIDIA รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแนวโน้มที่สดใส นอกจากนี้ OpenAI ได้ระดมทุนได้สูงถึง 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากนักลงทุนรายใหญ่ เช่น Amazon, NVIDIA และ SoftBank ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการเติบโตของเทคโนโลยี AI
ด้านข่าวองค์กร CNBC กำลังปรับโครงสร้างห้องข่าว โดยรวมการดำเนินงานด้านทีวีและดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งจะนำไปสู่การลดตำแหน่งงานบางส่วน แต่ก็มีแผนจะเพิ่มบทบาทใหม่ๆ ในปีหน้า พร้อมเตรียมเปิดตัวระบบสมาชิกแบบชำระเงินสำหรับเว็บไซต์ Thomson Reuters ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการคืนเงินทุนให้ผู้ถือหุ้น 605 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน SpaceX กำลังพิจารณายื่นเอกสารสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) แบบเป็นความลับภายในเดือนมีนาคมนี้ และ Hyundai Motor วางแผนลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในธุรกิจหุ่นยนต์ ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฮโดรเจนในเกาหลีใต้
โดยสรุป สถานการณ์โลกยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการค้า ซึ่งนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


















