สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทาย

0
70






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทาย


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทาย

วันที่ 1 มีนาคม 2569

สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานสถานการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นประเด็นหลักที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่งสูง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก หลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต เหตุการณ์นี้ได้นำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่านด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและเป้าหมายของสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วภูมิภาค ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้สร้างความกังวลอย่างหนักต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่ขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก และยังเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการส่งออก LNG ของกาตาร์

บริษัทน้ำมันรายใหญ่และบริษัทค้าขายชั้นนำหลายแห่งได้ระงับการขนส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว แม้ทางการอิหร่านจะยังไม่ได้ประกาศปิดช่องแคบอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าเรือที่ผ่านช่องแคบได้รับสัญญาณเตือนจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ว่า “ไม่อนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ” การหยุดชะงักนี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยนักวิเคราะห์จาก RBC Capital และ Barclays คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเบรนท์อาจพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อ ตลาดก๊าซ LNG ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ซื้อในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาก๊าซจากกาตาร์มากกว่า 4 ใน 5 ของปริมาณนำเข้า

นโยบายภาษีของสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ย Fed

ในด้านนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ประเด็นภาษีนำเข้ายังคงสร้างความผันผวนในตลาดโลก อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่เขากำหนดไว้ก่อนหน้านี้ การเคลื่อนไหวนี้สร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยสหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้า และรัฐสภายุโรปได้ชะลอการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ชั่วคราว

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% รายงานการประชุมของ Fed ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น

AI: โอกาสและความกังวลในภาคเทคโนโลยี

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะประเด็นที่ AI อาจทำให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นถึง 10% ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงิน นักลงทุนเริ่มหันไปลงทุนในหุ้นกลุ่ม “ตั้งรับ” เช่น กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานมากขึ้น

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก

แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า แต่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ที่คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดี ตัวอย่างเช่น เศรษฐกิจไนจีเรียมีการเติบโตดีขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากทั้งภาคส่วนน้ำมันและนอกภาคน้ำมัน

สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนและความซับซ้อนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องติดตามและปรับตัวอย่างใกล้ชิด