อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาสถานการณ์เศรษฐกิจโลก, AI และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง นโยบายการค้าของสหรัฐฯ การลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้น ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ.
ทิศทางนโยบายการเงินโลกและเศรษฐกิจไทย
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น
ในส่วนของประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกเหนือจากการช่วยประคองเศรษฐกิจที่ยังคงขยายตัวต่ำแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของ กนง. ต่อเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% ต่อปี แม้เงินเฟ้อปัจจุบันจะอยู่ต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายที่ 1% แต่ประมาณการเงินเฟ้อระยะปานกลาง (2-3 ปีข้างหน้า) ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยคาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2569 ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี และการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว และต้องจับตาทิศทางค่าเงินบาท รวมถึงมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ.
การปฏิวัติ AI และการลงทุนในเทคโนโลยี
ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก รายงานจาก CNBC ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์ บริษัท Advanced Micro Devices (AMD) ได้บรรลุข้อตกลงมูลค่าสูงถึง 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจัดหาชิป AI ให้กับ Meta Platforms ในอีกห้าปีข้างหน้า โดย Meta ยังมีสิทธิ์ซื้อหุ้น AMD ได้มากถึง 10% ด้าน Alphabet บริษัทแม่ของ Google ก็ได้ประกาศผลประกอบการปี 2025 ที่รายได้เกิน 400 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก และวางแผนที่จะเพิ่มการลงทุนใน AI เป็นสองเท่าในปี 2569
อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในตลาด AI ก็เริ่มส่งผลกระทบ โดยหุ้น Nvidia ปิดร่วงลง 5.46% เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานะของบริษัทในด้านปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ OpenAI ยังมีรายงานว่าไม่พอใจกับชิปรุ่นล่าสุดบางรุ่นของ Nvidia และกำลังพิจารณาหาทางเลือกจากคู่แข่งอย่าง AMD, Cerebras และ Groq อย่างจริงจัง ในขณะเดียวกัน OpenAI ก็ได้บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อนำเทคโนโลยีไปใช้ในเครือข่ายลับของกระทรวงฯ โดยมีมาตรการป้องกันเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย.
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า
ประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดย Reuters รายงานว่า อิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลงซื้อขีปนาวุธต่อต้านเรือจากจีน ในขณะที่สหรัฐฯ ได้ส่งเรือรบไปประจำการใกล้ชายฝั่งอิหร่าน ซึ่งเป็นการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ นับตั้งแต่การรุกรานอิรักของสหรัฐฯ ในปี 2546 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ และมีการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เจนีวา
ด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ก็ยังคงสร้างความไม่แน่นอน ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 แทน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุกันไว้.
ภาพรวมตลาดและการปรับตัวของสื่อ
ตลาดหุ้นทั่วโลกแสดงผลตอบแทนที่หลากหลายในปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนีดาวโจนส์สามารถประคองตัวปิดบวกได้เล็กน้อยจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มวัฏจักร แต่ตลาดหุ้นโดยรวมถูกกดดันอย่างหนักจากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ตลาดหุ้นเอเชียก็มีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันไป โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและฮั่งเส็งปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ขณะที่ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบเนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ราคาน้ำมันปิดปรับตัวลดลงหลังจากการซื้อขายที่ผันผวน ท่ามกลางการติดตามความคืบหน้าการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่วนราคาทองคำ ซึ่งเคยมีการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ก็ได้เผชิญกับการปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญ.
ในส่วนของอุตสาหกรรมสื่อ CNBC กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญในห้องข่าว โดยมีเป้าหมายที่จะรวมการดำเนินงานด้านโทรทัศน์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลให้มีการปรับลดตำแหน่งงานประมาณหนึ่งโหล รวมถึงบรรณาธิการบริหารของเว็บไซต์ด้วย การปรับโครงสร้างนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ภายใต้การนำของบรรณาธิการบริหาร David Cho ในขณะที่ CNBC เตรียมเปิดตัวระบบสมาชิกแบบชำระเงินสำหรับเว็บไซต์.
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงซับซ้อนด้วยปัจจัยขับเคลื่อนและแรงกดดันที่หลากหลาย ทั้งจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี นโยบายการเงินของธนาคารกลาง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป.


















