สรุปข่าวเด่นประจำวัน: รายงานล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

0
92






สรุปข่าวเด่นประจำวัน: รายงานล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters


สรุปข่าวเด่นประจำวัน: รายงานล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568

ประเด็นสำคัญ: ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการลดดอกเบี้ยของ Fed ในเดือน ธ.ค. ขณะที่กลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มคงนโยบายการผลิตน้ำมัน และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเอเชียเผชิญความผันผวนจากความกังวล “ฟองสบู่ AI”

1. ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed): ตลาดคาดหวังลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคม

ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงให้ความสนใจกับการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการแสดงความเห็นล่าสุดของเจ้าหน้าที่ Fed ที่มีอิทธิพล ซึ่งได้จุดประกายความหวังอีกครั้งว่าธนาคารกลางอาจจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนธันวาคม 2568 ความคาดหวังดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่าข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น รายงานการจ้างงานและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สำหรับเดือนพฤศจิกายนจะล่าช้าออกไป ซึ่งหมายความว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) จะต้องตัดสินใจโดยมีข้อมูลอย่างเป็นทางการน้อยกว่าปกติ

นักวิเคราะห์จากรอยเตอร์สชี้ว่า การลดอัตราดอกเบี้ย 25 Basis Points อาจเกิดขึ้นในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งจะเป็นการลดครั้งที่สามนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ แรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองได้ผลักดันให้นักลงทุนหันไปซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง การเคลื่อนไหวของ Fed ครั้งนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินและการลงทุนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

2. OPEC+ คงนโยบายการผลิตน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน

ตามรายงานของรอยเตอร์สและบลูมเบิร์ก กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) มีแนวโน้มที่จะคงนโยบายการผลิตน้ำมันไว้ตามเป้าหมายเดิมสำหรับไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีรายงานว่ากลุ่มอาจพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตเล็กน้อยระหว่าง 137,000 ถึง 411,000 บาร์เรลต่อวันสำหรับเดือนพฤศจิกายน เพื่อตอบสนองต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ OPEC+ จะยึดมั่นในข้อตกลงและเป้าหมายการผลิตปัจจุบัน

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ซึ่งการคงนโยบายไว้จะช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่ให้ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับประเทศผู้ผลิต แต่เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังสำหรับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทย เนื่องจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพของประชาชน

3. หุ้นเทคโนโลยีเอเชีย: อาลีบาบาทำผลงานดี แต่ตลาดกังวล “ฟองสบู่ AI”

ตลาดหุ้นเอเชียในช่วงนี้แสดงสัญญาณที่หลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ตามรายงานของ CNBC และ Bloomberg หุ้นของ Alibaba ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกของจีนปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสทำได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ความสำเร็จของ Alibaba เป็นสัญญาณเชิงบวกที่บ่งชี้ถึงความสามารถในการเติบโตของบริษัทค้าปลีกในจีน แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจ

ในทางกลับกัน ความกังวลเกี่ยวกับ “ฟองสบู่ AI” ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญกับการเทขายอย่างหนัก ท่ามกลางความไม่มั่นใจในมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ Baidu ซึ่งเป็นเครื่องมือค้นหาที่ใหญ่ที่สุดของจีน ก็ได้รายงานผลขาดทุนในไตรมาสที่สาม และมีแผนที่จะเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายที่บริษัทเทคโนโลยีในจีนกำลังเผชิญ ความผันผวนในตลาดเทคโนโลยีเอเชียเหล่านี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภูมิภาค รวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย

โดยสรุป นักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะตามมาอย่างใกล้ชิด รวมถึงการประชุม FOMC ในเดือนธันวาคม ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการคลายความผันผวนในตลาดการเงินโลก

ที่มา: รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters และแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง