ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณบวกช่วงปลายปี 2568 ท่ามกลางกระแส AI และการลดดอกเบี้ยของ Fed
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 | รายงานโดย: สำนักข่าวธุรกิจการเงินโลก
สำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างรายงานมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2568 โดยมีสัญญาณสำคัญคือ การคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนธันวาคม และการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดเอเชียและตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวอย่างชัดเจนในปี 2569 ขณะที่กระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นธีมหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนทั่วโลก
การลดดอกเบี้ยของ Fed และการผ่อนคลายการค้าโลก
รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินที่สำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นผลมาจากข้อมูลตลาดแรงงานที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลง. ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ในตลาดการเงินโลกคาดการณ์ว่า Fed มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม 2568. การส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายทางการเงินนี้ถูกมองว่าเป็น “Pivot” ครั้งสำคัญ ที่จะช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงินทั่วโลก และเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดเกิดใหม่รวมถึงเอเชีย.
นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ช่วยลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain). อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Crosswinds) และการกีดกันทางการค้าที่ยังคงมีอยู่บางส่วน.
เอเชีย: กลไกขับเคลื่อนหลักท่ามกลางความท้าทาย
แม้จะมีความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีและการค้าโลก แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เศรษฐกิจเอเชียยังคงมีความแข็งแกร่งและเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก. ปัจจัยที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้คือการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในด้านเทคโนโลยี และการเร่งส่งออกก่อนที่มาตรการภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้. สกุลเงินในเอเชียหลายสกุล รวมถึงเงินบาทของไทย มีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จากการที่เงินทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่ภูมิภาค อันเป็นผลมาจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed.
โอกาสฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยและแรงหนุนจากภาครัฐ
สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แถลงผลการประชุมเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยชี้ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่แรงกว่าคาดการณ์จะช่วยหนุนให้ภาคการส่งออกของไทยเติบโตได้เกือบ 10%.
ขณะที่ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ถูกคาดการณ์ว่าจะฟื้นตัวในปี 2569 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ นโยบายการคลังแบบขยายตัวของรัฐบาล และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่. นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังมองเห็นความเป็นไปได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนสภาพคล่องและการลงทุนในประเทศ. อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ.
กระแส AI: ธีมลงทุนที่ไม่ควรมองข้าม
ในส่วนของตลาดทุนโลก ทุกสำนักข่าวต่างให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะที่กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่. การลงทุนใน AI ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในธีมการลงทุนหลักสำหรับปี 2569. บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังคงทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาล (Capital Expenditure – CapEx) เพื่อพัฒนาและนำ Generative AI มาปรับใช้ในวงกว้าง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ต่อเนื่องในการรักษาฐานที่มั่นสำคัญในตลาด.
ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในไทยแนะนำว่า แม้การพยายามเลือก “ผู้ชนะ” ในสงคราม AI จะเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่การลงทุนในบริษัทที่ใช้ AI เพื่อยกระดับคุณภาพการดำเนินงาน หรือบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีนี้ ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตามองอย่างต่อเนื่องในปี 2569.
บทสรุป: ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2568 และต้นปี 2569 จึงเป็นภาพที่ผสมผสานระหว่างการฟื้นตัวที่ได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการค้า กับความท้าทายที่ยังคงมีอยู่จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป โดยมีเทคโนโลยี AI เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ.
อ้างอิง: [1], [2], [3], [4], [5], [6], [7], [11], [12], [13], [15], [16]


















