อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณชัดเจน ตลาดเงินโลกตอบรับเชิงบวก

0
78






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณชัดเจน ตลาดเงินโลกตอบรับเชิงบวก


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณชัดเจน ตลาดเงินโลกตอบรับเชิงบวก

การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ครั้งล่าสุด ได้กลายเป็นจุดสนใจของตลาดการเงินทั่วโลก โดยแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม แต่ถ้อยแถลงที่ถูกตีความว่าเป็นไปในทิศทางที่ “ผ่อนคลาย” (Dovish) มากกว่าที่คาดการณ์ ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

REUTERS: ยืนยันคงดอกเบี้ย แต่เปิดประตูสู่การปรับลดในปีหน้า

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า คณะกรรมการ FOMC มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Federal Funds Rate) ไว้ที่ช่วง 5.25% – 5.50% ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่. อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดคือ การปรับประมาณการเศรษฐกิจ (Dot Plot) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 75 จุดพื้นฐานในปี 2569.

รายงานระบุว่า นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้เน้นย้ำในระหว่างการแถลงข่าวว่า ความคืบหน้าในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อเป็นไปอย่างน่าพอใจ และคณะกรรมการได้เริ่มหารืออย่างจริงจังเกี่ยวกับจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการปรับลดดอกเบี้ยแล้ว. การส่งสัญญาณนี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลง ซึ่งสร้างความโล่งใจอย่างมากให้กับนักลงทุน.

CNBC: ดัชนีหลักพุ่งแรง “Dow Jones” ทะยานทำสถิติ

ด้านสำนักข่าว CNBC ซึ่งเน้นการรายงานความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด รายงานว่า ตลาดหุ้นตอบสนองต่อข่าวนี้อย่างคึกคักทันทีหลังการแถลง. ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดตลาดด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้น 420 จุด หรือคิดเป็น 1.1% ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบหลายเดือน. ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเป็นดัชนีของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พุ่งขึ้นแรงกว่าที่ 2.7% เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักได้รับผลประโยชน์มากที่สุดเมื่อต้นทุนการกู้ยืมลดลง.

นักวิเคราะห์ของ CNBC ชี้ว่า แรงซื้อที่เข้ามาอย่างมหาศาลสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาสสูงที่จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Soft Landing) ได้สำเร็จ โดยที่เฟดสามารถลดดอกเบี้ยได้ก่อนที่การเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอย่างรุนแรง. นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ทั่วโลก ส่งผลให้ราคาทองคำและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น

BLOOMBERG: วิเคราะห์ผลกระทบระยะยาวต่อพันธบัตรและทิศทางเศรษฐกิจ

สำหรับสำนักข่าว Bloomberg ได้ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงลึกในตลาดตราสารหนี้ โดยรายงานว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.15% ซึ่งเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเดือน. การลดลงของผลตอบแทนพันธบัตรเป็นสัญญาณชัดเจนว่านักลงทุนได้ปรับความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยในอนาคตลงแล้ว.

“การที่เฟดเปลี่ยนจากการส่งสัญญาณ ‘ยาวนานขึ้น’ (Higher for Longer) ไปเป็น ‘ผ่อนคลายในไม่ช้า’ (Looser Sooner) ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของตลาด” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Bloomberg Economics กล่าว “แม้ว่าการลดดอกเบี้ยจะเป็นข่าวดีสำหรับตลาดหุ้น แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงคือ เฟดกำลังเคลื่อนไหวตามข้อมูลที่อาจจะย้อนหลัง ซึ่งหมายความว่าพวกเขาอาจจะ ‘ตามหลัง’ ภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงอยู่หนึ่งก้าว”

Bloomberg สรุปว่า ทิศทางนโยบายการเงินที่ชัดเจนขึ้นนี้จะส่งผลให้การลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มีความน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากเงินทุนมีแนวโน้มที่จะไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่า. อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดจะยังคงมีอยู่จนกว่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับขนาดและจังหวะของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่กำลังจะมาถึง

โดยรวมแล้ว การรายงานข่าวจากทั้งสามสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกสะท้อนให้เห็นถึงฉันทามติว่า การประชุมเฟดครั้งนี้เป็น ‘ชัยชนะ’ ของตลาดการเงิน โดยเป็นการเปิดศักราชใหม่ของนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า.