อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวหลังเหตุขัดข้องทางเทคนิค ท่ามกลางคำเตือนความเสี่ยงพันธบัตร

0
101






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวหลังเหตุขัดข้องทางเทคนิค ท่ามกลางคำเตือนความเสี่ยงพันธบัตร


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวหลังเหตุขัดข้องทางเทคนิค ท่ามกลางคำเตือนความเสี่ยงพันธบัตร

บลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี และรอยเตอร์ส รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของตลาดการเงินทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงความยืดหยุ่นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังการหยุดชะงักทางเทคนิคครั้งใหญ่ ควบคู่ไปกับคำเตือนจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลกเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงระบบที่ซ่อนอยู่ในตลาดพันธบัตรรัฐบาล

สัญญาณบวกจากสหรัฐฯ หลังตลาดฟิวเจอร์ส CME หยุดชะงัก (CNBC)

ซีเอ็นบีซี รายงานว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้ แม้จะเผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกในช่วงเช้ามืด จากการที่ตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก (CME Group) ต้องระงับการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สและออปชั่นชั่วคราว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากปัญหาทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับระบบทำความเย็นในศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่ง

หลังจากการหยุดชะงักไม่กี่ชั่วโมง การซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์สหุ้นและออปชั่นก็กลับมาดำเนินการได้ตามปกติในเวลา 8:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังคงแข็งแกร่ง และมองข้ามปัญหาทางเทคนิคดังกล่าวไป นักวิเคราะห์มองว่าการที่ตลาดสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังเหตุการณ์ ‘cooling issue’ เป็นเครื่องยืนยันถึงสภาพคล่องและความยืดหยุ่นในระบบการซื้อขายของสหรัฐฯ

BIS เตือนความเสี่ยง ‘เลเวอเรจ’ ในตลาดพันธบัตรรัฐบาล (Reuters)

ในขณะที่ตลาดหุ้นแสดงความเชื่อมั่น รอยเตอร์ส รายงานว่า ธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements: BIS) ซึ่งเป็นองค์กรของธนาคารกลางทั่วโลก ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงระบบ

ในรายงานเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability Review) ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ทาง BIS ได้เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกเข้าควบคุมการใช้ ‘เลเวอเรจ’ (Leverage) ในระดับสูงของกลุ่มเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Funds) ที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดพันธบัตรรัฐบาล BIS ชี้ว่าการใช้เลเวอเรจในปริมาณมหาศาลเพื่อทำธุรกรรมในตลาดพันธบัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasuries) อาจเป็นชนวนให้เกิดวิกฤตสภาพคล่องได้ หากตลาดเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง แม้ว่าความเสี่ยงในตลาดพันธบัตรยุโรปจะจำกัดกว่า แต่ BIS ก็เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในวงกว้าง

แรงหนุนจากภาคเทคโนโลยีและความหวังเงินเฟ้อผ่อนคลาย (Bloomberg)

บลูมเบิร์ก ได้สรุปภาพรวมของตลาดในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2568 ว่ายังคงมีแรงหนุนจากความเชื่อมั่นในภาคเทคโนโลยี และสัญญาณบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลายลงในหลายประเทศ

รายงานระบุว่า ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Market Equities) สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ถึง 2.8% ในเดือนตุลาคม โดยมีภาคเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ยังคงเป็นไปในทิศทางที่สวนทางกัน โดยดัชนี Bloomberg Global Aggregate Bond Index ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตาดูทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางแต่ละแห่งที่เริ่มมีความแตกต่างกัน (Policy Divergence)

แม้จะมีแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี แต่รายงานเสถียรภาพทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็ได้ส่งสัญญาณเตือนที่สอดคล้องกับ BIS โดยระบุว่า ความเชื่อมั่นของตลาดอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน หากผลประกอบการของบริษัทในภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ ไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพรวมของตลาดที่ดูสดใส

โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นถึงสองด้านของเหรียญ: ด้านหนึ่งคือความเชื่อมั่นและการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของตลาดหุ้นหลังปัญหาเทคนิค แต่อีกด้านหนึ่งคือความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่กำลังก่อตัวขึ้นในตลาดพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ผู้กำหนดนโยบายไม่ควรมองข้าม

*แหล่งข้อมูล: Bloomberg, CNBC, Reuters, BIS Financial Stability Review (Nov 2025), ECB Financial Stability Review (Nov 2025), JP Morgan Asset Management.*