ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกคึกคัก รับสัญญาณ “เฟด” เตรียมหั่นดอกเบี้ย

0
77






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกคึกคัก รับสัญญาณ “เฟด” เตรียมหั่นดอกเบี้ย


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกคึกคัก รับสัญญาณ “เฟด” เตรียมหั่นดอกเบี้ย

สถานการณ์ตลาดการเงินโลกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 กำลังอยู่ในช่วงที่นักลงทุนกลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังมีสัญญาณชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดการณ์เรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นเทคโนโลยี สำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างรายงานถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

Reuters: โพลชี้ “เฟด” อาจลดดอกเบี้ยอีก 0.25%

สำนักข่าว Reuters ได้เผยผลการสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มที่จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในอนาคตอันใกล้นี้ สัญญาณดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยมีรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังจะทำสถิติอ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดได้เริ่มเดิมพันอย่างหนักว่า Fed อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ทันในเดือนธันวาคม การคาดการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของนักลงทุนที่เชื่อว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ได้เริ่มผ่อนคลายลงแล้ว และเศรษฐกิจอาจจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นด้วยการปรับลดต้นทุนทางการเงิน

— อ้างอิงจากรายงานของ Reuters

Bloomberg: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ดิ่งลงต่อเนื่อง

สอดคล้องกับรายงานของ Reuters ข้อมูลจาก Bloomberg ได้ยืนยันถึงความเคลื่อนไหวที่สำคัญในตลาดพันธบัตร โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Yields) ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ได้ลดลงมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ ณ สิ้นปี การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นในตลาดเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ราคาพันธบัตรจะสูงขึ้นและทำให้อัตราผลตอบแทนลดลง การปรับตัวลงนี้เป็นสัญญาณสำคัญที่ยืนยันว่า ตลาดการเงินขนาดใหญ่ของโลกกำลังตอบรับในทิศทางเดียวกันกับการผ่อนคลายทางการเงินของ Fed

— อ้างอิงจากข้อมูลและการวิเคราะห์ของ Bloomberg

CNBC: หุ้นเทคโนโลยีพุ่งแรง ตลาดคริปโตรับอานิสงส์

ในขณะที่ตลาดพันธบัตรส่งสัญญาณผ่อนคลาย ตลาดหุ้นก็กลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด โดย CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี (Tech Stocks) ได้มีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Large-cap tech) ยังคงเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน เนื่องจากถูกมองว่ายังคงมีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ การที่หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีไปถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย โดย CNBC Crypto World รายงานว่า ราคาของ Bitcoin และ Ether ได้ปรับตัวสูงขึ้นตามการขึ้นของหุ้นเทคโนโลยี ทำให้สามารถลดการขาดทุนที่เกิดขึ้นตลอดเดือนพฤศจิกายนลงได้ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า การไหลของเงินทุนได้เริ่มกลับเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น (Risk-on Assets) ซึ่งเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่าสภาพคล่องทางการเงินจะดีขึ้น

— อ้างอิงจากรายงานของ CNBC

บทสรุปและผลกระทบต่อตลาดไทย

โดยสรุปแล้ว รายงานจากสามสำนักข่าวใหญ่ระดับโลกชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงประเทศไทยด้วย เมื่ออัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง เงินทุนอาจไหลออกจากดอลลาร์สหรัฐฯ และพันธบัตรที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อเข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในตลาดเอเชีย

สำหรับนักลงทุนชาวไทย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจได้รับแรงหนุนจากเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยและกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงเตือนให้ติดตามความชัดเจนของการประกาศนโยบายจาก Fed อย่างใกล้ชิด เพราะความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่วงเวลาและขนาดของการลดดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้ตลาดผันผวนได้ตลอดเวลา

นับเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตามองอย่างยิ่งว่า ความหวังในการผ่อนคลายทางการเงินของสหรัฐฯ จะสามารถผลักดันให้ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ภาวะกระทิง (Bull Market) ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ และการตัดสินใจครั้งต่อไปของ Fed จะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่