News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
76






News update from Bloomberg, CNBC, Reuters


News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

ตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่ หลังสัญญาณเงินเฟ้อสหรัฐฯ แผ่วลง หนุนความหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ในวอลล์สตรีททำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ขณะที่ตลาดเอเชียรับอานิสงส์เชิงบวกอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี.

สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC, และ Reuters รายงานตรงกันถึงบรรยากาศการลงทุนที่เป็นบวกอย่างชัดเจนทั่วโลก โดยมีปัจจัยหลักมาจากการคาดการณ์ที่แข็งแกร่งขึ้นว่า Fed กำลังจะเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินจากที่เข้มงวด (Hawkish) ไปสู่การผ่อนคลาย (Dovish). แรงหนุนสำคัญมาจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เริ่มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง.

วอลล์สตรีททำสถิติใหม่: พลังขับเคลื่อนจากหุ้นเทคโนโลยี

รายงานระบุว่า ดัชนีหลักในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้รับแรงซื้ออย่างหนาแน่น โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยี ได้พุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา. ความเชื่อมั่นของนักลงทุนถูกจุดประกายด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) และความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกมองว่าเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว.

แม้ว่าในช่วงต้นเดือนอาจมีสัญญาณของการพักฐานเล็กน้อยหลังการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปลายปีที่แล้ว แต่ภาพรวมยังคงเป็นบวกอย่างยิ่ง โดยตลาดได้ซึมซับมุมมองที่ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับสูงที่ 5.25% ถึง 5.50% นั้น ได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก.

สัญญาณเงินเฟ้อและนโยบาย Fed: เหตุผลเบื้องหลังความหวัง

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ได้เพิ่มความมั่นใจให้กับตลาด โดยแม้ว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ แต่ภาพรวมของความคาดหวังด้านเงินเฟ้อของผู้บริโภคกลับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสองปี. การลดลงของความคาดหวังเงินเฟ้อนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดเชื่อว่า Fed มีช่องทางมากขึ้นในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะเงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูง.

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งประเมินว่า ความเป็นไปได้ที่ Fed จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความกังวลในช่วงก่อนหน้า. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมลดลง ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อภาคธุรกิจและการลงทุนโดยรวม.

อานิสงส์สู่ตลาดเอเชีย: หุ้นเทคโนโลยีและกระแสเงินทุน

กระแสความเชื่อมั่นจากวอลล์สตรีทได้ไหลบ่าเข้าสู่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียอย่างรวดเร็ว ตลาดหุ้นสำคัญหลายแห่งในเอเชียปรับตัวสูงขึ้นตามการขึ้นนำของตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ. นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาให้ความสนใจในสินทรัพย์ของเอเชียมากขึ้น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงได้ทำให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย และเพิ่มความน่าดึงดูดใจในการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets).

สำหรับประเทศไทย อานิสงส์ดังกล่าวได้ช่วยพยุงตลาดหุ้นไทยและสร้างความหวังในการดึงดูดเงินทุนต่างชาติให้กลับเข้าสู่ตลาดได้อีกครั้ง. ถึงแม้ว่าตลาดไทยจะมีปัจจัยภายในประเทศที่ต้องพิจารณา แต่การที่ Fed มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทและช่วยให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทต่างๆ ที่มีหนี้สกุลเงินดอลลาร์ลดลง. นักเศรษฐศาสตร์เตือนให้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานและข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการตัดสินใจครั้งต่อไปของ Fed.

ที่มา: รวบรวมและสรุปจากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters