ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดการเงินโลกจับตา ‘เฟด’ หั่นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในเดือนธันวาคม

0
101






ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดการเงินโลกจับตา ‘เฟด’ หั่นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในเดือนธันวาคม


ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดการเงินโลกจับตา ‘เฟด’ หั่นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในเดือนธันวาคม

อ้างอิงข้อมูล: Bloomberg, CNBC, Reuters

สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงทิศทางของตลาดการเงินโลกที่กำลังรวมศูนย์ความสนใจไปที่การตัดสินใจครั้งสุดท้ายของปี 2568 ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยตลาดคาดการณ์อย่างท่วมท้นว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในเดือนธันวาคมนี้ แม้ว่าจะมีสัญญาณเตือนจากประธาน Fed เองที่ระบุว่าการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมยังไม่ใช่ “ข้อสรุปที่แน่นอน” ก็ตาม

ความคาดหวังของตลาดต่อการประชุม FOMC

ตามรายงานจาก CME FedWatch Tool ซึ่งถูกอ้างอิงโดย CNBC และ Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้ตลาดได้ประเมินโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในการประชุมวันที่ 9-10 ธันวาคม 2568 ไว้สูงถึงกว่า 85% การปรับลดครั้งนี้จะต่อเนื่องจากที่ Fed ได้ดำเนินการลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 0.25% ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในกรอบเป้าหมาย 3.75%–4.00%

การคาดการณ์ดังกล่าวมีแรงหนุนมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง รวมถึงความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น “การลดเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง” (risk management cut) มากกว่าการส่งสัญญาณเข้าสู่ภาวะถดถอยเต็มรูปแบบ

สัญญาณเตือนจากประธาน Fed และความผันผวนของตลาด

แม้ว่าตลาดจะมีความหวังสูง แต่รายงานของ Reuters และ CNBC เน้นย้ำถึงถ้อยแถลงที่ระมัดระวังของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ภายหลังการประชุมเดือนตุลาคม พาวเวลล์ได้กล่าวเตือนว่า การผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติมนั้น “ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน” (not a foregone conclusion) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความแตกแยกภายในของคณะกรรมการ FOMC เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในระยะยาว

นอกจากนี้ รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า การคาดการณ์ของ Fed เองได้ปรับลดจำนวนครั้งของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ลง ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังของตลาด ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันที่มีการประกาศการคาดการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ความไม่ลงรอยกันระหว่างการคาดการณ์ของ Fed กับการคาดการณ์ของตลาด (Market vs. Fed’s Dot Plot) ยังคงเป็นแหล่งของความผันผวนที่สำคัญในตลาดการเงินโลก

ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE คือกุญแจสำคัญ

ข้อมูลล่าสุดที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดก่อนการประชุมเดือนธันวาคมคือ ตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญมากที่สุด Reuters รายงานว่า หากตัวเลข Core PCE ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะยิ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับความคาดหวังในการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ปัจจุบัน Fed คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อ PCE จะอยู่ที่ประมาณ 2.5% ในปี 2568 ซึ่งยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% เล็กน้อย

ผลกระทบต่อตลาดโลกและเอเชีย

ความเคลื่อนไหวของ Fed ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รายงานของ Bloomberg ชี้ว่า ความหวังในการลดดอกเบี้ยของ Fed ได้กระตุ้นให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุนในบางส่วนของตลาดเอเชีย โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและโลหะในสหรัฐฯ ก็มีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของประธาน Fed ในการแถลงข่าวหลังการประชุมเดือนธันวาคม เนื่องจากหากถ้อยแถลงมีแนวโน้ม “เหยี่ยว” (Hawkish) มากเกินไป อาจส่งผลให้ตลาดกลับมาเผชิญกับแรงเทขายอีกครั้ง ดังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ Fed ส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยที่น้อยกว่าคาดในปีหน้า การตัดสินใจของ Fed ในเดือนนี้จึงไม่ใช่แค่การปรับอัตราดอกเบี้ย แต่เป็นการกำหนดทิศทางความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพของตลาดการเงินโลกในช่วงเข้าสู่ปีใหม่ 2569 อย่างแท้จริง

หมายเหตุ: เนื้อหาข่าวนี้ถูกสังเคราะห์จากรายงานและการวิเคราะห์ของสำนักข่าว Bloomberg, CNBC, และ Reuters ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยอ้างอิงจากบริบทของตลาดการเงินและนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ในช่วงปลายปี 2568.