อัพเดทข่าวจากบลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี, รอยเตอร์ส: ตลาดโลกเข้าสู่โหมดระมัดระวัง จับตาธนาคารกลางและแรงขับเคลื่อนจากหุ้นเทคโนโลยี

0
76






อัพเดทข่าวจากบลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี, รอยเตอร์ส


อัพเดทข่าวจากบลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี, รอยเตอร์ส: ตลาดโลกเข้าสู่โหมดระมัดระวัง จับตาธนาคารกลางและแรงขับเคลื่อนจากหุ้นเทคโนโลยี

สำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลกอย่างบลูมเบิร์ก (Bloomberg), ซีเอ็นบีซี (CNBC) และรอยเตอร์ส (Reuters) ได้รายงานถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดการเงินโลก ซึ่งเข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2568 ด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความไม่แน่นอนทางนโยบายการเงิน และแรงหนุนที่แข็งแกร่งจากกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี โดยนักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาการประชุมธนาคารกลางครั้งสำคัญเพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจในปี 2569

ทิศทางนโยบายการเงินโลก: เฟด-บีโอเจ คือจุดศูนย์กลาง

ความสนใจของตลาดส่วนใหญ่มุ่งไปที่การตัดสินใจด้านนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan – BoJ) รายงานระบุว่า นักลงทุนกำลังรอคอยการประชุมของธนาคารกลางในเดือนธันวาคมเพื่อคาดการณ์ทิศทางนโยบายในอนาคต ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเคยเผชิญกับภาวะดิ่งลงอย่างรุนแรง หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยน้อยครั้งกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปี 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความคาดหวังของนักลงทุนที่ชื่นชอบอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ

ขณะเดียวกัน ในฝั่งเอเชีย ตลาดหุ้นโตเกียวประสบภาวะปรับตัวลดลงเกือบ 2% หลังจากที่ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สัญญาณดังกล่าวได้เพิ่มความไม่แน่นอนทางนโยบาย และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนท่าทีเข้าสู่ “โหมดระมัดระวัง” (Defensive Mode) มากขึ้น

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: Nvidia นำทัพเทคโนโลยีทำสถิติสูงสุด

แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบายของธนาคารกลาง แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงแสดงความแข็งแกร่ง โดยดัชนีหลักทั้งสามของสหรัฐฯ ได้สร้างสถิติปิดสูงสุดอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นของบริษัท Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีข่าวเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI แรงขับเคลื่อนจากกลุ่มเทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจะเริ่มวงจรการผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน (Fed easing cycle) ในช่วงต้นปีหน้า

นักวิเคราะห์จาก Merrill และ Bank of America Private Bank แสดงความเห็นว่า ตลาดยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวงจรการผ่อนคลายของเฟด โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่สามในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อที่สำคัญ โดยเฉพาะดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE data) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสุดท้ายก่อนการประชุมของเฟดในเดือนธันวาคม

สัญญาณเศรษฐกิจและมุมมองนักลงทุน

ในภาพรวม ตลาดโลกได้เผชิญกับการปรับตัวลงภายหลังจากการทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกันเจ็ดเดือนสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน การที่ตลาดเปลี่ยนไปสู่โหมดระมัดระวังสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นในประเทศเศรษฐกิจหลัก

นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจจากประเทศจีนยังส่งสัญญาณที่น่าเป็นห่วง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ของจีนยังคงอยู่ในภาวะหดตัวเป็นเดือนที่แปดติดต่อกัน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความท้าทายให้กับมุมมองเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนยังคงมองโลกในแง่ดี โดยหวังถึงปรากฏการณ์ “Santa Rally” หรือการปรับขึ้นของตลาดในช่วงปลายปี

โดยสรุปแล้ว รายงานจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปี 2568 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจะขึ้นอยู่กับความชัดเจนจากนโยบายของธนาคารกลางและการตีความข้อมูลเงินเฟ้อที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนในช่วงเทศกาลวันหยุดและต้นปีใหม่

แหล่งข่าว: Bloomberg, CNBC, Reuters (รวบรวมและเรียบเรียง)