อัปเดตข่าว: Bloomberg, CNBC, Reuters

0
102






อัปเดตข่าว: Bloomberg, CNBC, Reuters


อัปเดตข่าว: Bloomberg, CNBC, Reuters

สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลก โดยมีประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา ทั้งทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สถานการณ์เศรษฐกิจจีน และความผันผวนของราคาน้ำมันจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก รับความหวัง Fed ลดดอกเบี้ย

รายงานข่าวจาก Bloomberg และ CNBC ชี้ว่า ตลาดหุ้นหลักในสหรัฐฯ ได้ปิดตัวในแดนบวกอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต้นสัปดาห์การซื้อขายที่สั้นลงเนื่องในวันหยุด. ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสัญญาณที่บ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้านี้.

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีรายงานว่า Fed จะยุติมาตรการลดขนาดพอร์ตโฟลิโอ (Quantitative Tightening หรือ QT) ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ หลังจากที่ได้ดำเนินการลดขนาดพอร์ต SOMA ไปแล้วกว่า 2.4 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565. การยุติ QT ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนสภาพคล่องในตลาด.

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ จะเปิดช่องสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ แต่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวมของนักลงทุน. นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า Fed ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกไปแล้วในเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่ตัวเลขตลาดแรงงานในเดือนสิงหาคมแสดงให้เห็นถึงอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นและการจ้างงานที่ลดลง.

เศรษฐกิจจีนยังเติบโต แต่เผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง

สถานการณ์เศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนยังคงเป็นประเด็นที่สำนักข่าว Reuters และ Bloomberg ให้ความสนใจ. รายงานระบุว่า เศรษฐกิจจีนยังคงรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 โดยมีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ที่ร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบเป็นรายปี. อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตดังกล่าวได้ชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับร้อยละ 5.4 ในไตรมาสที่ 1.

นักวิเคราะห์ยังคงจับตาผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าที่อาจส่งผลกระทบต่อคนงานชาวจีนหลายล้านคน ซึ่งนับเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในภาพรวม. นอกจากนี้ ภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนก็กำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ด้วย.

ราคาน้ำมันทรงตัว ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

ด้านตลาดพลังงาน รายงานจาก Reuters ระบุว่า ราคาน้ำมันได้ทรงตัวในระดับหนึ่ง หลังจากที่ปรับตัวลดลงประมาณร้อยละ 3 ในสัปดาห์ก่อนหน้า. นักลงทุนกำลังประเมินโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่.

ความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันได้เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับนโยบายของ Fed. แม้ว่าตลาดจะคาดการณ์ว่าการจัดหาน้ำมันจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ความขัดแย้งในภูมิภาคและสถานการณ์ในยูเครนก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด. การคาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันยังคงมีความท้าทาย โดยนักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่าพื้นฐานของตลาดน้ำมันยังดูตึงตัว แม้ว่าความต้องการจะอ่อนแอลงก็ตาม.

โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters แสดงให้เห็นว่าตลาดการเงินโลกยังคงอยู่ในช่วงของการปรับสมดุล โดยมีปัจจัยหลักคือการคาดการณ์นโยบายการเงินของ Fed, การเติบโตของเศรษฐกิจมหาอำนาจอย่างจีน และผลกระทบจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อตลาดพลังงาน.

ข้อมูลอ้างอิง:,,,,,,,,,,,.