อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก หลัง Fed ส่งสัญญาณ “ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด”

0
76






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก หลัง Fed ส่งสัญญาณ “ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด”


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก หลัง Fed ส่งสัญญาณ “ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด”

รายงานพิเศษ: ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่ภาวะผันผวนรุนแรงในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 หลังการส่งสัญญาณที่ค่อนข้าง “เหยี่ยว” (Hawkish) จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ซึ่งทำให้นักลงทุนต้องปรับมุมมองต่อทิศทางการลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าอย่างมีนัยสำคัญ รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและตลาดภูมิภาคต่าง ๆ ตอบสนองในเชิงลบอย่างหนักต่อถ้อยแถลงล่าสุดของประธาน Fed.

Fed ประกาศลดดอกเบี้ย 25 bps แต่ตลาดกลับ “เทขาย”

ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งล่าสุด ทาง Fed ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลง 25 จุดพื้นฐาน (basis points) สู่ช่วงเป้าหมาย 3.75%–4.00% ซึ่งนับเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567. การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสัญญาณการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของตลาดกลับไม่ได้เป็นไปในทางบวกตามที่คาดการณ์ไว้.

สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดเกิดการเทขายครั้งใหญ่ ไม่ได้มาจากตัวเลขการลดดอกเบี้ย แต่มาจากความเห็นของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed และการคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคต (Dot Plot) ซึ่งบ่งชี้ว่า Fed อาจจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยในจำนวนครั้งที่ “น้อยกว่า” ที่ตลาดเคยประเมินไว้สำหรับปี 2569. สำนักข่าว Reuters รายงานว่าสัญญาณดังกล่าวทำให้นักลงทุนผิดหวังอย่างรุนแรง เนื่องจากก่อนหน้านี้ตลาดมีความมั่นใจอย่างมากว่า Fed จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลายครั้งในปี 2567 จากความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย.

วอลล์สตรีทดิ่งเหว ตลาดเอเชียรับลูกผันผวน

ผลพวงจากมุมมองที่ “เหยี่ยว” ของ Fed ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างฉับพลัน ในวันเดียวกันนั้นเอง ดัชนีหลักทั้งสามของวอลล์สตรีท ได้แก่ Dow Jones Industrial Average, S&P 500, และ Nasdaq Composite ต่างปิดตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยบางดัชนีลดลงถึง 3%. CNBC รายงานว่า การปรับตัวลงนี้สะท้อนถึงความกังวลว่าต้นทุนทางการเงินจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกนานกว่าที่คาดไว้ ส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี.

แรงกระเพื่อบนี้ได้ขยายวงกว้างมายังตลาดเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงินในภูมิภาคต่างอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ราคาทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ ก็เผชิญกับแรงกดดันเช่นกัน Bloomberg ชี้ว่า การที่ Fed ส่งสัญญาณว่ามีความเป็นไปได้น้อยที่จะมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุม FOMC รอบสุดท้ายของปี 2568 ในช่วงวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้ ทำให้การคาดการณ์ของนักลงทุนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง.

การประชุม ธ.ค. 68: การลดดอกเบี้ยเป็นเพียง “การโยนเหรียญ”

สถานการณ์ล่าสุดทำให้นักวิเคราะห์จากหลากหลายสถาบันการเงินที่ถูกอ้างถึงในรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters ต่างต้องทบทวนการคาดการณ์ใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะโอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม. Morningstar รายงานว่า โอกาสที่ตลาดจะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมได้ลดลงอย่างมาก เหลือเพียงประมาณ 53% จากที่เคยสูงถึง 95% เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้า.

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ Fed มีความเห็นที่แตกแยกกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางที่ดีที่สุดสำหรับนโยบายการเงินในระยะต่อไป โดยบางส่วนยังคงกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเริ่มเห็นสัญญาณความจำเป็นในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ. ตลาดจึงต้องจับตาดูรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในช่วงสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดว่า Fed จะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ หรือตัดสินใจลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามของปีในการประชุมเดือนธันวาคม 2568.

ข้อมูลจาก: การวิเคราะห์และรายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters
อ้างอิง: การลดดอกเบี้ย 25 bps สู่ 3.75%-4.00%; ตลาดตกหลังสัญญาณ Fed ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด; โอกาสลดดอกเบี้ย ธ.ค. ลดลงเหลือ 53%; การประชุม ธ.ค. 9-10 และการจับตาของทั่วโลก.