อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดการเงินโลกรับข่าวดีจากสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินและการเติบโตของจีน

0
66






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดการเงินโลกรับข่าวดีจากสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินและการเติบโตของจีน

กรุงเทพฯ: รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ประสานเสียงถึงทิศทางเชิงบวกของตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ส่งสัญญาณการเข้าสู่ ‘วงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน’ อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นยังคงพุ่งทะยานด้วยแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และการกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนของจีนสำหรับปี 2569

Bloomberg: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ คาด S&P 500 แตะ 6,000 จุด

Bloomberg รายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 ที่ได้รับแรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของผลกำไรบริษัท รายงานระบุว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จากสถาบันการเงินชั้นนำต่างปรับเพิ่มคาดการณ์ดัชนี S&P 500 ปิดสิ้นปี 2568 โดยมีแนวโน้มที่จะแตะระดับระหว่าง 6,000 ถึง 6,750 จุด ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าสองหลัก

นอกจากนี้ ตลาดตราสารหนี้ยังตอบรับเชิงบวกต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาแล้ว 2 ครั้งในช่วงปลายปี 2568 โดยอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในช่วง 3.75%-4.00% นักลงทุนมองว่าการดำเนินนโยบายเช่นนี้เป็นสัญญาณยืนยันว่า Fed กำลังเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการปรับลดดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง เพื่อประคองเศรษฐกิจให้สามารถบรรลุภาวะ ‘Soft Landing’ ได้

CNBC: นักกลยุทธ์ชี้ Fed อาจลดดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปี 2569 เน้นย้ำความผันผวน

ด้าน CNBC ได้นำเสนอบทวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญและนักกลยุทธ์การลงทุน โดยเน้นย้ำถึงความคาดหวังของตลาดต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต แม้ว่า Fed จะเริ่มวงจรการลดดอกเบี้ยแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ Fed บางส่วนระบุว่า ในปี 2569 อาจมีการลดดอกเบี้ยเพียง 0.50% หรือประมาณ 2 ครั้งตลอดทั้งปี ซึ่งถือว่าน้อยกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ในช่วงก่อนหน้า

“แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่การจ้างงานที่ยังคงแข็งแกร่งทำให้ Fed มีพื้นที่ในการ ‘รอและดู’ ผลกระทบของการลดดอกเบี้ยสองครั้งล่าสุด” นักวิเคราะห์อาวุโสจากวอลล์สตรีทกล่าวกับ CNBC “เราคาดการณ์ว่าตลาดจะเผชิญกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2569 เนื่องจากนักลงทุนจะเริ่มปรับความคาดหวังให้สอดคล้องกับแผนการลดดอกเบี้ยที่ช้าลงของ Fed”

มุมมองนี้ชี้ให้เห็นว่า การต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ และการตัดสินใจของ Fed ในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 ที่จะถึงนี้ จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

Reuters: จีนตั้งเป้า GDP 5% ในแผนห้าปีฉบับใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์

ขณะที่ Reuters รายงานข่าวสำคัญจากทวีปเอเชีย โดยเน้นที่การวางแผนทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโลก ที่ประชุมผู้นำระดับสูงของจีนได้ส่งสัญญาณว่า มีแนวโน้มที่จะกำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไว้ที่ “ประมาณ 5%” สำหรับปี 2569 ซึ่งเป็นปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15

การกำหนดเป้าหมายนี้มีจุดประสงค์เพื่อต่อสู้กับปัญหาภาวะเงินฝืดในประเทศ และเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะยังคงเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างในหลายภาคส่วน รวมถึงวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ Reuters ยังได้รายงานถึงความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและสหภาพยุโรป (EU) โดยระบุว่า EU กำลังพิจารณาเครื่องมือใหม่เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และอาจมีการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อบังคับให้อุตสาหกรรมใน EU ลดการพึ่งพาการจัดซื้อจากจีนในบางภาคส่วน ซึ่งความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าโลกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2569

สรุปและมุมมองข้างหน้า

โดยสรุป รายงานจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของตลาดการเงินโลกที่ยังคงมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยบวกหลักคือการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed และผลประกอบการบริษัทที่โดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรมองข้ามความเสี่ยงจากความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากความคาดหวังที่แตกต่างกันเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต รวมถึงแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นระหว่างประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างสหรัฐฯ-จีน และ EU-จีน