อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดหั่นดอกเบี้ย 0.25% เขย่าตลาดโลก ทองคำพุ่ง บาทแข็งค่า
เผยแพร่: 4 ธันวาคม 2568 | แหล่งข่าว: รวบรวมจาก Bloomberg, CNBC, Reuters
รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ตรงกันว่า การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 Basis Points ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการพุ่งขึ้นของราคาทองคำ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากท่าทีที่ระมัดระวังของประธานเฟด.
มติ “เฟด” และท่าทีของประธานพาวเวลล์
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มคลี่คลายลง. อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า แม้จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ตลาดกลับถูกทำให้เกิดความสับสนอีกครั้ง เมื่อเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้ส่งสัญญาณที่ระมัดระวังเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต โดยชี้ว่า “ไม่มีการรับประกัน” ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม 2568.
ท่าทีดังกล่าวของประธานพาวเวลล์สะท้อนถึงความเห็นที่แตกต่างกันภายในคณะกรรมการ FOMC ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อนโยบายการเงิน และทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนการคาดการณ์ของตนเอง โดยก่อนหน้านี้ตลาดได้คาดการณ์อย่างหนักแน่นว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า.
ปฏิกิริยาของตลาดโลก: ดอลลาร์อ่อนค่า-ทองคำพุ่งทะลุ
หลังจากการประกาศของเฟด ตลาดการเงินโลกแสดงปฏิกิริยาที่ชัดเจนในหลายมิติ:
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD): เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดจะต้องลดดอกเบี้ยอย่างรุนแรงกว่าที่ส่งสัญญาณไว้ในท้ายที่สุด.
- ราคาทองคำ: ราคาทองคำพุ่งทะยานอย่างรุนแรงและยังคงยืนเหนือระดับ $4,200 ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่. การพุ่งขึ้นของทองคำได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง.
- ราคาน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบโลกแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเดิมพันว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกและเพิ่มความต้องการใช้น้ำมัน.
- ตลาดหุ้นเอเชีย: ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแสดงผลตอบแทนที่ผสมผสานและมีแนวโน้มลดลงในหลายตลาด. รายงานจาก CNBC ระบุว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจังหวะการลดดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงมูลค่าหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่ตึงตัวในวอลล์สตรีท ได้ฉุดรั้งบรรยากาศการลงทุนในเอเชีย.
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย: เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับประเทศไทย ผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ส่งผลให้เงินบาทไทย (THB) แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว. การแข็งค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยตามลงมาเพื่อรักษาเสถียรภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย.
นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินในไทยระบุว่า การแข็งค่าของเงินบาทที่เห็นได้ชัดเจนหลังจากการตัดสินใจของเฟด เป็นผลมาจากการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่กลับมายังตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ท่ามกลางสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นในระบบการเงินโลก.
บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
โดยสรุปแล้ว การตัดสินใจของเฟดครั้งนี้ได้สร้างความผันผวนครั้งใหญ่ในตลาดโลก โดยมีแรงผลักดันหลักมาจากความคาดหวังของตลาดที่ต้องการเห็นการลดดอกเบี้ยที่ลึกและต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งสวนทางกับท่าทีที่ระมัดระวังของผู้นำธนาคารกลางสหรัฐฯ. นักลงทุนทั่วโลกจึงยังคงจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อ ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดการเงินในช่วงปลายปี 2568 และต้นปี 2569 ตามที่สำนักข่าว Reuters และ CNBC ได้เน้นย้ำ.
การเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงความไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว แม้ว่าจะมีสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินแล้วก็ตาม



















