News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
80






News update from Bloomberg, CNBC, Reuters


News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

วอชิงตัน ดี.ซี. – รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ต่างพร้อมใจกันนำเสนอการเตือนภัยครั้งสำคัญจากธนาคารโลก (World Bank) เกี่ยวกับสถานการณ์หนี้สินที่ทวีความรุนแรงขึ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market and Developing Economies: EMDEs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางภาวะที่ต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะมีสัญญาณว่าสภาพคล่องทางการเงินทั่วโลกเริ่มดีขึ้นก็ตาม.

ธนาคารโลกเตือน: ประเทศกำลังพัฒนา “ยังไม่พ้นอันตราย”

ตามรายงานที่ถูกเผยแพร่และวิเคราะห์อย่างเข้มข้นโดย CNBC และ Reuters ธนาคารโลกได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาไม่ควรหลงเชื่อว่าตนเองปลอดภัยจากวิกฤตหนี้สิน แม้ว่าสภาวะทางการเงินทั่วโลกจะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นก็ตาม. คำเตือนนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ช่องว่างระหว่างต้นทุนการชำระหนี้ (Debt Servicing Costs) กับแหล่งเงินทุนใหม่ (New Financing) ของกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบกว่า 50 ปี.

ข้อมูลที่น่าตกใจระบุว่า ในช่วงปี 2565 เป็นต้นมา ช่องว่างดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 7.41 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ. ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องเผชิญกับภาระหนี้ที่หนักอึ้ง ขณะที่ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่เพื่อมาหมุนเวียนหรือลงทุนในโครงการพัฒนาประเทศกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ.

การไหลออกของเงินทุนและการกู้ยืมที่ซับซ้อน

รายงานของธนาคารโลกชี้ให้เห็นว่า การไหลออกของเงินทุนจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนายังคงเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยสินเชื่อทวิภาคี (Bilateral Lending) สุทธิได้ลดลงถึง 76% เหลือเพียง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินโลกในปี 2551 (2008 Financial Crisis). การขาดแคลนเงินทุนจากแหล่งที่มาแบบดั้งเดิมนี้เองที่ผลักดันให้หลายประเทศต้องหันไปพึ่งพาการกู้ยืมที่มีต้นทุนสูงกว่าและมีความซับซ้อนมากขึ้น.

“แม้ว่าสภาพทางการเงินทั่วโลกอาจจะกำลังดีขึ้น แต่ประเทศกำลังพัฒนาไม่ควรหลอกตัวเอง: พวกเขายังไม่พ้นอันตราย” นั่นคือข้อความสำคัญจากหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกที่ถูกอ้างถึงในรายงานของ Reuters.

เรียกร้องความโปร่งใส “อย่างถึงราก”

Bloomberg และ CNBC ได้เน้นย้ำถึงข้อเรียกร้องของธนาคารโลกที่ต้องการให้เกิดความโปร่งใสในเรื่องหนี้สิน “อย่างถึงราก” (RADICAL Debt Transparency). เนื่องจากหลายประเทศกำลังหันไปใช้ข้อตกลงการกู้ยืมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งทำให้การเปิดเผยข้อมูลหนี้สาธารณะมีความคลุมเครือ. การขาดความโปร่งใสนี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการประเมินความเสี่ยงและจัดการกับปัญหาหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

บทวิเคราะห์ของสำนักข่าว: สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งต้องเผชิญกับภาวะผิดนัดชำระหนี้ (Default) หรือต้องจำกัดการใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาอย่างรุนแรง. Bloomberg ชี้ว่า นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาดูการดำเนินการของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการปรับโครงสร้างหนี้และการให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องฉุกเฉิน.

ผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ว่าประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจมากกว่าบางภูมิภาค แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกและการไหลออกของเงินทุนย่อมส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างแน่นอน. รายงานข่าวจากทั้งสามสำนักชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลของประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการคลังและการเงินอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาวินัยทางการคลังและหลีกเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็นในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังคงสูง.

โดยสรุปแล้ว ข้อความหลักจากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters คือ การเตือนให้ทั่วโลกตระหนักว่า วิกฤตหนี้สินในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนายังคงเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงและต้องการความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาด้านความโปร่งใสและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ยั่งยืน ก่อนที่ต้นทุนหนี้จะบั่นทอนโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเหล่านี้ไปมากกว่านี้.