สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย ดันตลาดหุ้นพุ่ง รับข่าวดีการค้าสหรัฐฯ-จีน

0
135





สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย ดันตลาดหุ้นพุ่ง รับข่าวดีการค้าสหรัฐฯ-จีน


สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย ดันตลาดหุ้นพุ่ง รับข่าวดีการค้าสหรัฐฯ-จีน

ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ช่วงปลายปีด้วยความคึกคัก หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ขณะเดียวกันความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานและวิเคราะห์รายละเอียดของสถานการณ์สำคัญเหล่านี้อย่างเจาะลึก

Bloomberg การวิเคราะห์ท่าที Fed และการไหลกลับของเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก

Bloomberg รายงานว่า ผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2568 ได้สร้างความโล่งใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก โดยแม้ว่ามติการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะยังไม่มีความชัดเจนทันที แต่ “Dot Plot” หรือแผนภาพจุดแสดงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟดได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2569 ซึ่งเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าเล็กน้อย

การส่งสัญญาณดังกล่าวส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกตอบรับในเชิงบวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน ซึ่งเป็นสัญญาณของการผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต

นอกจากนี้ Bloomberg ยังเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกระแสเงินทุนทั่วโลก (Global Fund Flows) โดยพบว่านักลงทุนสถาบันเริ่มหันกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นจีนอย่างมีนัยยะสำคัญตลอดทั้งปี 2568 และคาดการณ์ว่าการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าและนโยบายการเงินของ Fed ที่มีแนวโน้มเป็นมิตรมากขึ้น จะช่วยเสริมแรงขับเคลื่อนนี้ต่อไปในปี 2569

CNBC ตลาดหุ้นพุ่งรับข่าวดอกเบี้ย และความเชื่อมั่นผู้บริโภค

CNBC รายงานด้วยความตื่นเต้นว่า ดัชนีตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ ทั้ง Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนี Nasdaq ที่ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ หลังตลาดมีการตีความว่า เฟดมีความกังวลต่อแนวโน้มตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลง และอาจจำเป็นต้องรีบดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนที่ความเสียหายจะขยายวงกว้าง

รายงานจาก CNBC ยังชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก University of Michigan ประจำเดือนธันวาคม ก็ออกมาดีเกินความคาดหมาย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นมีการทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง การคาดการณ์ที่ว่าอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคและกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปลายปี ทำให้หุ้นในกลุ่มค้าปลีกและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นักวิเคราะห์จาก CNBC ระบุว่า ตลาดกำลังมองเห็น “จุดเริ่มต้นของวงจรการผ่อนคลายของเฟด” (the early stages of the Fed easing cycle) และคาดการณ์ว่าสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจะยังคงเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนตลาดหุ้นเข้าสู่ปีใหม่

Reuters ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีน และผลกระทบต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

Reuters ให้ความสำคัญกับพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยรายงานข่าวความคืบหน้าครั้งสำคัญของกรอบการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นผลจากการพบปะกันระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ

รายงานระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นหลายประการ รวมถึงการระงับการขึ้นภาษีนำเข้าบางรายการ และที่สำคัญคือการยืนยันการระงับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (Rare Earth Export Controls) ของจีนเป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งประกาศไปเมื่อเดือนตุลาคม 2568

การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการ “รีเซ็ต” ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาแร่หายาก เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม Reuters ยังเตือนว่า ตลาดยังคงมีความระมัดระวังต่อกรอบการค้าใหม่นี้ เนื่องจากยังมีรายละเอียดที่ต้องเจรจาเพิ่มเติม และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

สรุปภาพรวม

โดยสรุป การรายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำทั้งสามแห่งสะท้อนภาพรวมที่สอดคล้องกันว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัวและความผ่อนคลาย (A period of recovery and easing) โดยมีปัจจัยบวกหลักมาจากทั้งนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของ Fed และความร่วมมือทางการค้าที่ดีขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน นักลงทุนจึงคาดหวังว่าปี 2569 จะเป็นปีที่การลงทุนมีความเสี่ยงลดลงและมีโอกาสในการเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหุ้นและตลาดเกิดใหม่

อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC, Reuters และแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2568.