อัปเดตข่าวสาร: ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

0
112






อัปเดตข่าวสาร: ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters


อัปเดตข่าวสาร: ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

รายงานโดย ทีมข่าวเศรษฐกิจโลก | วันที่ 15 ธันวาคม 2568

สรุปประเด็นสำคัญ: รายงานล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังคงมีความยืดหยุ่นแม้จะมีความเปราะบาง โดยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในกลุ่ม G20 จะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การค้าโลกกำลังจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2568 ท่ามกลางการปรับนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางหลัก และความตึงเครียดด้านภาษีนำเข้าที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด

เศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะ “ยืดหยุ่นแต่เปราะบาง”

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ณ สิ้นปี 2568 จากองค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า เศรษฐกิจโลกยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการเติบโต แต่ยังคงมีความเปราะบางสูงจากปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน โดยธนาคารโลก (World Bank) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง โดยคาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 2.3% ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นการปรับลดที่สำคัญจากประมาณการครั้งก่อนหน้า และคาดว่าจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงปี 2569-2570

อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญคือ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในกลุ่มประเทศ G20 คาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 2.9% ในปี 2569 ซึ่งเป็นผลจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก การชะลอตัวของเงินเฟ้อนี้ทำให้ตลาดเริ่มมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะสามารถเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดทางการเงินได้ในที่สุด ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการลงทุนทั่วโลก

การค้าโลกทำสถิติใหม่ ท่ามกลางความท้าทายด้านภาษี

ด้านการค้าโลก องค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) รายงานว่า การค้าโลกในปี 2568 มีแนวโน้มที่จะทำสถิติใหม่ โดยคาดว่ามูลค่าการค้าจะพุ่งทะลุ 35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มหลักสามประการที่ถูกเน้นย้ำในรายงาน Economic Outlook คือ 1) การจัดระเบียบการค้าโลกใหม่ (Global Trade Realignment) 2) การใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ 3) การปรับตัวของธุรกิจขนาดเล็ก

ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านนโยบายภาษีนำเข้ายังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา โดย Bloomberg รายงานว่า มีความเคลื่อนไหวจากเม็กซิโกในการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งเป็นสัญญาณที่สร้างความหวังให้กับผู้ผลิตเหล็กในสหรัฐฯ เกี่ยวกับนโยบายภาษีเหล็กในอนาคต ความตึงเครียดทางการค้าเหล่านี้ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและตลาดการเงินโลก

ภาพรวมตลาดและการเคลื่อนไหวของธนาคารกลาง

จากรายงานของ CNBC และ Bloomberg ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายปี โดยได้รับแรงหนุนจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Treasury Yields) ปรับตัวลดลง ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

ในยุโรป สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับการตรวจสอบทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาผลประกอบการของบริษัทหลักๆ และการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินล่าสุดของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งตลาดคาดหวังว่ายุโรปจะสามารถ “ส่งมอบ” เรื่องราวการเติบโตได้ นอกจากนี้ นโยบายการเงินของญี่ปุ่นยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักวิเคราะห์จับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินทั่วโลก

บทสรุปสำหรับนักลงทุนไทย

โดยสรุป ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจากรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters สะท้อนให้เห็นถึงโลกที่ยังคงมีการเติบโตแต่มีความไม่แน่นอนสูง การชะลอตัวของเงินเฟ้อเป็นสัญญาณที่ดี แต่ความเสี่ยงจากนโยบายทางการค้าและทิศทางของอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางหลักยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดที่สำคัญ นักลงทุนควรติดตามการประกาศนโยบายการเงินของ Fed, ECB และธนาคารกลางญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวนโยบายภาษีระหว่างประเทศ เพื่อปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาของข้อมูลหลัก: OECD Economic Outlook, World Bank Global Economic Prospects, UNCTAD Global Trade Update, Mastercard Economic Outlook Report, และรายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters