สรุปข่าวเด่นตลาดโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters

0
105






สรุปข่าวเด่นตลาดโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters – จับตาดอกเบี้ย BoE, ราคาน้ำมันร่วงต่ำกว่า $60 และหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ฟื้นตัว


สรุปข่าวเด่นตลาดโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters

จับตาดอกเบี้ย BoE, ราคาน้ำมันร่วงต่ำกว่า $60 และหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ฟื้นตัว

ตลาดการเงินโลกเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของการซื้อขายอย่างเต็มรูปแบบในปี 2568 ท่ามกลางการจับตาความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินที่สำคัญจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจของธนาคารกลางหลายแห่งและทิศทางของราคาน้ำมันโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการลงทุนในตลาดเอเชียและไทย

Reuters: ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จ่อโหวตตัดสินใจลดดอกเบี้ย

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England – BoE) กำลังจะมีการประชุมเพื่อตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการลงคะแนนที่มีความสูสีอย่างมาก (knife-edge vote) โดยผู้ว่าการธนาคารกลาง นายแอนดรูว์ เบลีย์ (Andrew Bailey) และคณะกรรมการนโยบายการเงินจะต้องตัดสินใจว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม หรือจะเริ่มพิจารณาปรับลดลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวน โดยนักลงทุนต่างเฝ้ารอผลการประชุมของธนาคารกลางหลัก ๆ อื่น ๆ ควบคู่ไปกับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่กำลังจะประกาศ ความเคลื่อนไหวของ BoE ถือเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลายประเทศในเขตยูโรโซนก็กำลังจับตาแรงกดดันด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลงก่อนการประชุมนโยบายการเงินที่กำลังจะมาถึง หาก BoE มีมติลดอัตราดอกเบี้ย จะถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อเริ่มประสบความสำเร็จ และถึงเวลาที่ต้องหันมาสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

CNBC: ราคาน้ำมันดิบถูกคาดการณ์ร่วงต่ำกว่า $60 ในปีหน้า

ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ สำนักข่าว CNBC รายงานถึงมุมมองของวาณิชธนกิจหลายแห่งที่คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงต่ำกว่า 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2569 แม้ว่าในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $62.59 ต่อบาร์เรล และตลาดยังคงมีความสมดุลอยู่ก็ตาม

รายงานระบุว่า ตลาดน้ำมันในช่วงปลายปี 2568 ค่อนข้างซบเซา (dull market) โดยปริมาณการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า WTI ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม องค์กรประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) ได้รายงานตัวเลขที่บ่งชี้ว่าอุปสงค์และอุปทานน้ำมันดิบในปี 2569 ยังคงมีความสมดุลอย่างใกล้ชิด โดยคาดการณ์ความต้องการน้ำมันดิบจากกลุ่ม OPEC+ จะอยู่ที่ 43 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณการผลิตในเดือนพฤศจิกายน มุมมองที่แตกต่างกันนี้สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดพลังงานและผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการลงทุนในพลังงานทางเลือกและผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศผู้ผลิตน้ำมัน.

Bloomberg: หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ฟื้นตัวหลังเผชิญมรสุม

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (US equity-index futures) ได้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์การซื้อขายสุดท้ายของปี 2568 การฟื้นตัวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดได้เผชิญกับช่วงที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวลงอย่างหนัก (tech rout) ซึ่งมีสาเหตุมาจากความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

การปรับขึ้นของตลาดหุ้นในครั้งนี้เป็นสัญญาณว่านักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้อหุ้นหลังจากที่ราคาปรับลดลงไปก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าดัชนี S&P 500 จะดีดตัวขึ้น แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางตัวยังคงตามหลังการฟื้นตัวของตลาดโดยรวม นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดยังคงมีความผันผวน เนื่องจากนักลงทุนกำลังประเมินทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบของเศรษฐกิจโลกต่อผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เหล่านี้ การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นปี 2569

โดยสรุป การรายงานข่าวจากสามสำนักข่าวใหญ่ระดับโลกชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกในเดือนธันวาคม 2568 ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยมหภาค ทั้งการตัดสินใจของธนาคารกลางที่จะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน, ทิศทางราคาน้ำมันที่อาจเป็นแรงหนุนหรือแรงฉุดต่อเงินเฟ้อ, และความผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นผู้นำตลาดโลก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด.

อ้างอิงข้อมูลจาก: Reuters, CNBC, และ Bloomberg