อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters
15 ธันวาคม 2568
กรุงเทพฯ: รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง แต่มีสัญญาณการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เป็นจุดสนใจของตลาดการเงิน.
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณ ‘ลดดอกเบี้ยแบบระมัดระวัง’
CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในไตรมาสที่สี่ของปี 2568 ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับประมาณ 2.8% เมื่อเทียบปีต่อปี ณ เดือนพฤศจิกายน. อย่างไรก็ตาม การปรับลดครั้งนี้มาพร้อมกับคำเตือนว่า แนวทางการผ่อนคลายทางการเงินในปี 2569 จะไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้.
รายงานระบุว่า การคาดการณ์ค่ามัธยฐาน (Median Outlook) ของเจ้าหน้าที่ Fed ชี้ให้เห็นว่า อาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเพียง 1 ครั้งเท่านั้นในปีหน้า (2569) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ค่อนข้าง ‘เหยี่ยว’ (Hawkish Cut) และท้าทายความคาดหวังของตลาดที่ต้องการการลดดอกเบี้ยหลายครั้ง. นอกจากนี้ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ยังเคยกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า การลดอัตราดอกเบี้ยนั้น “ยังห่างไกลจากการรับประกัน” (far from guaranteed) ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของทิศทางเงินเฟ้อในระยะถัดไป.
เงินเฟ้อ G20 ชะลอตัว – ความท้าทายใหม่ในยุโรป
ด้าน Bloomberg และ Reuters ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก โดยชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ของกลุ่มประเทศ G20 โดยรวม คาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง. องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อ G20 จะลดลงจากประมาณ 3.4% ในปี 2568 ลงสู่ 2.9% ในปี 2569. ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ G20 ปี 2568 ไว้ที่ 3.5%.
แม้จะมีสัญญาณการชะลอตัวของเงินเฟ้อ แต่แนวโน้มการเติบโตของ GDP โลกสำหรับปี 2568 ยังคงมีความท้าทาย โดย OECD คาดการณ์การเติบโตของ GDP โลกไว้ที่ 3.2%.
สำหรับในยุโรป รายงานของ Reuters ล่าสุด ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ชี้ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ อย่างไรก็ตาม การถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางนโยบายการเงินในอนาคตกำลังร้อนแรงขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงด้านลบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงมีอยู่.
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มการค้าโลก
ในส่วนของการค้าโลก รายงานของ Reuters ระบุว่า การค้าโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ยังคงมีการขยายตัว แม้จะต้องเผชิญกับความผันผวนและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Tensions) ที่ยังคงมีอยู่. อย่างไรก็ตาม องค์การการค้าโลก (WTO) ได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของการค้าโลกสำหรับปี 2568 ลง.
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า การเพิ่มขึ้นของอุปสรรคทางการค้า (Trade Barriers) และความไม่แน่นอนทางนโยบายที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกโดยรวม. ปัจจัยเหล่านี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลและธนาคารกลางจะต้องดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจ.
สรุปแนวโน้ม
โดยสรุป รายงานข่าวเศรษฐกิจจากสามสำนักข่าวใหญ่ Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงปลายปี 2568 นี้ สะท้อนภาพรวมที่ซับซ้อน: ตลาดการเงินโลกกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสัญญาณการลดดอกเบี้ยของ Fed ที่ระมัดระวังกว่าที่คาด, ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อโลกโดยรวมกำลังชะลอตัวลงสู่เป้าหมายของธนาคารกลาง. ความท้าทายที่สำคัญยังคงเป็นเรื่องของความไม่แน่นอนทางการค้าโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เป็นไปอย่างไม่ราบรื่น. การจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของนักลงทุนทั่วโลก.
(จบ)



















