อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกปิดปี 2025 อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความหวัง “Soft Landing” และราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูง

0
72






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกปิดปี 2025 อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความหวัง “Soft Landing” และราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูง


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกปิดปี 2025 อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความหวัง “Soft Landing” และราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูง

ตลาดการเงินโลกกำลังปิดฉากปี 2568 ด้วยบรรยากาศที่เป็นบวกอย่างมาก โดยดัชนีหลักทรัพย์สำคัญทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสสุดท้าย ท่ามกลางความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะสามารถนำพาเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะ “Soft Landing” หรือการชะลอตัวอย่างนุ่มนวลได้สำเร็จ ขณะเดียวกันความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ผลักดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญทำสถิติสูงสุดใหม่ รายงานล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่รายละเอียดเชิงลึกที่น่าสนใจดังนี้

Bloomberg: ตลาดหุ้นทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี

Bloomberg รายงานว่า ดัชนีหลักทรัพย์สำคัญของสหรัฐฯ ทั้ง S&P 500 และ Nasdaq Composite ได้ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลอีกครั้งในสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันหยุดยาว โดยได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งยังคงเป็นธีมการลงทุนที่แข็งแกร่งที่สุดของปี 2568. ดัชนี Nasdaq ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 30% ตลอดทั้งปี โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า การที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า Fed จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงต้นปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุนสู่สินทรัพย์เสี่ยง.

ในภูมิภาคเอเชีย ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นเช่นกัน โดยได้รับอานิสงส์จากเงินเยนที่อ่อนค่าและผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทผู้ส่งออก. นักกลยุทธ์ของ Bloomberg ชี้ว่า แม้จะมีสัญญาณเตือนเรื่องการประเมินมูลค่า (Valuation) ที่สูง แต่กระแสการลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ยากจะต้านทาน.

CNBC: การถกเถียงเรื่อง “Soft Landing” และสัญญาณจาก Fed

CNBC ได้ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจที่สนับสนุนแนวคิด “Soft Landing”. รายงานระบุว่า ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อส่วนบุคคล (PCE) ล่าสุดออกมาที่ 2.8% ซึ่งอยู่เหนือเป้าหมายของ Fed เล็กน้อย แต่ถือว่าชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงต้นปี. ในขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานยังคงมีความตึงตัว โดยอัตราการว่างงานยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ 3.7%.

ผู้ว่าการ Fed ได้ส่งสัญญาณอย่างระมัดระวังว่า แม้จะมีความคืบหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อ แต่การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยจะยังคงขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ (Data-dependent) เป็นหลัก. อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เชื่อว่า วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยได้สิ้นสุดลงแล้ว และตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงของการปรับสมดุล ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ. ความท้าทายที่ยังคงอยู่คือการที่ต้นทุนผู้บริโภคยังคงสูง โดยเฉพาะในภาคบริการ ซึ่งอาจทำให้ Fed ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์.

Reuters: สินค้าโภคภัณฑ์พุ่งทำสถิติใหม่ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

ในด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ Reuters รายงานว่า ราคาทองคำและทองแดงได้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะราคาทองคำที่ทะลุระดับ 2,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออก. นักลงทุนมองว่า ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลาที่โลกมีความผันผวนสูง.

นอกจากนี้ ราคาทองแดง ซึ่งเป็นมาตรวัดสุขภาพทางเศรษฐกิจโลก ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมากเช่นกัน เนื่องจากความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด (Green Energy) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานในแหล่งผลิตสำคัญ. รายงานของ Reuters ยังระบุถึงราคาน้ำมันดิบที่ยังคงผันผวน แต่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากกลุ่ม OPEC+ ยังคงนโยบายการจำกัดการผลิตเพื่อรักษาระดับราคา.

สรุปภาพรวม: การสิ้นสุดปี 2568 เป็นไปในทิศทางที่สดใสสำหรับตลาดหุ้น โดยมีแรงสนับสนุนจากความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยและการเติบโตของเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นเงาตามติดเศรษฐกิจโลกในปี 2569.

(บทความนี้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters)