ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกเข้าสู่โหมด “ผ่อนคลาย” หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว

0
69






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกเข้าสู่โหมด “ผ่อนคลาย” หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกเข้าสู่โหมด “ผ่อนคลาย” หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว

รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความหวังครั้งใหม่ จากสัญญาณที่ชัดเจนของการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในช่วงต้นปีหน้า อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันและนโยบายที่แตกต่างกันของธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง.

สัญญาณ “เงินเฟ้ออ่อนแรง” จุดชนวนความเชื่อมั่น

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่เผยแพร่ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 ได้กลายเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” สำหรับตลาดหุ้นทั่วโลก Reuters รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 2.5% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายของ Fed ที่ 2% มากที่สุดในรอบปี ทำให้แรงกดดันด้านราคาคลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ.

Bloomberg ชี้ว่า นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์โอกาสที่ Fed จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 25-50 Basis Points ในการประชุมไตรมาสแรกของปี 2569 โดยมีมุมมองว่า Fed สามารถบรรลุ “Soft Landing” หรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่รุนแรงได้สำเร็จ.

ผลตอบรับดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 ที่ทะยานขึ้นไปทดสอบระดับ 5,500 จุด และ Nasdaq ที่ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่ง CNBC รายงานว่า หุ้นกลุ่มนี้ยังคงเป็นผู้นำตลาด แม้จะมีคำเตือนจากนักวิเคราะห์บางส่วนเกี่ยวกับมูลค่าที่สูงเกินไป.

นโยบายธนาคารกลางโลกที่ “แตกต่าง”

แม้ว่า Fed จะส่งสัญญาณผ่อนคลาย แต่ Reuters และ Bloomberg ต่างรายงานถึงความแตกต่างของนโยบายการเงินในภูมิภาคอื่น ๆ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงมีท่าทีที่ระมัดระวัง แม้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในยุโรปจะเริ่มลดลง แต่ ECB ยังไม่ส่งสัญญาณชัดเจนในการปรับลดดอกเบี้ยเร็วเท่า Fed เนื่องจากต้องเผชิญกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง.

ในขณะที่ BOJ ยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษต่อไป เพื่อประคองเศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะเงินฝืดอย่างยั่งยืน ซึ่งความแตกต่างของนโยบายนี้เองที่ก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะค่าเงินเยนและยูโรที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ.

นอกจากนี้ รายงานจาก CNBC เน้นย้ำว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันจะได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า แต่การผลิตที่เพิ่มขึ้นนอกกลุ่ม OPEC+ ได้จำกัดการพุ่งขึ้นของราคา.

ผลกระทบต่อตลาดเอเชียและไทย

สำหรับตลาดเอเชียและตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) สัญญาณผ่อนคลายของ Fed ถือเป็นข่าวดี Bloomberg วิเคราะห์ว่า การที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง จะทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียมากขึ้น เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่น่าดึงดูดใจ และความเสี่ยงด้านเงินทุนไหลออกลดลง.

ในส่วนของประเทศไทย Reuters รายงานว่า เงินบาท (THB) แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยทะลุระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่คาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจมีช่องว่างในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามทิศทางของโลก เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงเติบโตอย่างช้า ๆ.

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปรับตัวขึ้นตามกระแสโลก โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มส่งออกและกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้ประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาทที่ช้าลง (เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค) และการฟื้นตัวของการค้าโลก อย่างไรก็ตาม CNBC เตือนว่า นักลงทุนไทยยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองและหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศที่ต้องจับตาควบคู่ไปกับปัจจัยภายนอก.

สรุปภาพรวม

โดยสรุป รายงานจากสามสำนักข่าวใหญ่ระดับโลกสะท้อนภาพว่า ตลาดการเงินโลกกำลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วย “ความหวังผสมความระมัดระวัง” ความคาดหวังในการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed เป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของพลังงาน และความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่างประเทศ ยังคงเป็น “คลื่นใต้น้ำ” ที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับมือ.

อ้างอิงข้อมูลและแนวโน้มการวิเคราะห์จาก: Bloomberg Markets, CNBC Financial News, และ Reuters Global Financial Reports.