News update from Bloomberg, CNBC, Reuters
ตลาดโลกปิดไตรมาส 4 ปี 2025 ด้วยความคึกคัก: หุ้นพุ่งแรงจากความหวัง Fed ลดดอกเบี้ยในปี 2026 นักวิเคราะห์ชี้เศรษฐกิจโลกจะเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง
สำนักข่าวทางการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงบรรยากาศการลงทุนที่เปี่ยมไปด้วยความหวังในช่วงปลายปี 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหุ้นทั่วโลกที่ยังคงเดินหน้าทำ New High อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ.
ตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานรับ “Christmas Cheer”
รายงานจาก Reuters ชี้ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกได้ขยายวงการพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งนำมาสู่บรรยากาศแห่งความสุขในช่วงเทศกาลคริสต์มาส. ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ได้เข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง จากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่ามูลค่าจะตึงตัวแล้วก็ตาม. นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกอย่างมาก โดยระดับการถือครองหุ้นเพิ่มขึ้น ขณะที่การถือเงินสดอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนยอมรับความเสี่ยงเพื่อไล่ตามผลตอบแทนที่สูงขึ้น.
นอกจากตลาดหุ้นแล้ว ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็คึกคักไม่แพ้กัน โดยราคาทองคำและเงินได้ทะยานขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปลายปี. ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างมาก โดยร่วงลงเกือบ 10% ตลอดทั้งปี 2025 และถูกคาดการณ์ว่าจะอ่อนค่าลงต่อไปในปี 2026 เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า Fed จะเริ่มนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน.
แรงกดดันต่อ Fed: ตลาดคาดลดดอกเบี้ย 3-4 ครั้ง
CNBC รายงานถึงการจับตาการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของ Fed อย่างใกล้ชิด โดยตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ววันนี้. อย่างไรก็ตาม ความเห็นของนักวิเคราะห์ยังคงแตกต่างกัน โดยนักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยถึง 3 ถึง 4 ครั้งตลอดปี 2026 ซึ่งอาจเป็นจำนวนที่มากเกินไป. ในขณะที่ธนาคารกลางบางแห่งมีมุมมองที่ระมัดระวังกว่า โดยคาดการณ์การลดดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปี 2026 ภายใต้สมมติฐานที่เศรษฐกิจยังคงขยายตัวในอัตรา 1.8%.
ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ คำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed จึงเป็นที่จับตาอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นกุญแจสำคัญในการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนการดำเนินนโยบายในปี 2026.
Bloomberg ชี้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวชั่วคราว ก่อนเร่งตัวปี 2026
ด้าน Bloomberg ได้นำเสนอข้อมูลและบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงเล็กน้อยในช่วงปลายปี 2025 (ไตรมาส 4) ก่อนที่จะเร่งตัวขึ้นอีกครั้งในปี 2026. การเร่งตัวดังกล่าวจะได้รับแรงหนุนจากการกระตุ้นทางการคลัง (Fiscal Stimulus) และการฟื้นตัวของการบริโภคภาคครัวเรือน.
ประเด็นที่นักวิเคราะห์ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ ทิศทางของเงินเฟ้อ ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด. นอกจากนี้ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานก็กลับมาอยู่ในความสนใจของผู้นำธุรกิจอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาของนิกเกิล (Nickel) และทองแดง (Copper) ที่มีการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ. ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนเห็นว่าพันธบัตรรัฐบาลมีความน่าสนใจมากกว่าตราสารหนี้ภาคเอกชน เนื่องจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทนที่แคบลง.
สรุปและปัจจัยเสี่ยง
โดยสรุปแล้ว รายงานจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่เรียกว่า “Goldilocks” หรือภาวะที่เศรษฐกิจไม่ร้อนแรงหรือเย็นชาจนเกินไป โดยมีความคาดหวังว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มลดลง เปิดทางให้ Fed สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในปีหน้า.
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องจับตามอง ได้แก่ ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อาจกลับมาจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้า (Tariffs) และความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของการบริโภคในบางภูมิภาค. ทั้งนี้ การตัดสินใจของ Fed ในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางที่ชัดเจนของตลาดโลกในช่วงต้นปี 2026.


















