ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกคึกคัก รับสัญญาณ “เฟด” จ่อลดดอกเบี้ย

0
101






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกคึกคัก รับสัญญาณ “เฟด” จ่อลดดอกเบี้ย


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกคึกคัก รับสัญญาณ “เฟด” จ่อลดดอกเบี้ย

สำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า แรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงนี้ ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และเอเชีย ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญบางรายการพุ่งทำสถิติใหม่

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ หลังเงินเฟ้อผ่อนคลาย

รายงานจากสื่อหลายสำนักชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท (Wall Street) ได้ขยายช่วงการปรับตัวขึ้น (rally) อย่างต่อเนื่อง และดัชนีสำคัญหลายตัวกำลังซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยหลักมาจากการคาดการณ์ที่แข็งแกร่งขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธันวาคมนี้ หรือในช่วงต้นปี 2569 ความคาดหวังดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ตัวเลขเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการผ่อนคลายความกังวลด้านภาวะการเงิน (financial conditions) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Tech Stocks) ได้กลับมามีบทบาทนำในการขับเคลื่อนตลาดให้สูงขึ้นอย่างโดดเด่น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) ก็มีการปรับตัวลดลงเช่นกัน

เอเชียรับอานิสงส์ สินค้าโภคภัณฑ์ทำสถิติ

ความเชื่อมั่นในตลาดสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบเชิงบวกมาสู่ภูมิภาคเอเชีย โดยตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นตามแรงซื้อที่กลับเข้ามา นักลงทุนมองว่า การที่ Fed มีแนวโน้มจะผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน จะช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินและกระตุ้นการไหลเข้าของเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงประเทศไทยด้วย

ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นั้น มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะราคาทองคำและทองแดง ซึ่งรายงานระบุว่าได้พุ่งสูงขึ้นจนทำสถิติใหม่ การที่ทองคำทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์สะท้อนถึงการที่นักลงทุนยังคงมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย (Safe Haven) ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก และการคาดการณ์ว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะทำให้มูลค่าของสกุลเงินอ่อนลง ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังคงมีความผันผวนอยู่ในช่วงจำกัด

การดำเนินนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกที่แตกต่างกัน

แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณผ่อนคลาย แต่รายงานข่าวจากทั่วโลกยังเน้นย้ำถึงความแตกต่างในการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก (Global Central Banks) ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 นี้ มีธนาคารกลางอย่างน้อยเก้าแห่งที่เตรียมประกาศการตัดสินใจด้านนโยบาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แต่ละประเทศยังคงต้องเผชิญกับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและแตกต่างกัน โดยบางภูมิภาคเงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม แนวโน้มโดยรวมคือการที่สถาบันการเงินทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการปรับนโยบายเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ (Inflation Normalization)

มุมมองเชิงบวกสำหรับปี 2569

บทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อหลักเหล่านี้มีมุมมองเชิงบวกสำหรับปี 2569 โดยคาดการณ์ว่า การเร่งตัวของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก การกลับเข้าสู่ภาวะปกติของเงินเฟ้อ และการผ่อนคลายนโยบายการเงิน จะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสนับสนุนตลาดการเงินโดยรวม ซึ่งหมายความว่า สภาวะทางการเงินโลกมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายมากขึ้น (Financial Conditions continue to ease) อันเป็นผลมาจากการที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งในระดับค้าส่งและค้าปลีกมีการปรับราคาลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง

โดยสรุปแล้ว ข่าวอัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters สะท้อนให้เห็นถึงการสิ้นสุดของวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยที่ยาวนาน และการเริ่มต้นของความคาดหวังใหม่ในตลาดการเงินโลก ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงปลายปี 2568 นี้ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนในปีถัดไป

อ้างอิงข้อมูลจากรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters ณ ช่วงเดือนธันวาคม 2568