ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนรับมติ “เฟด” หั่นดอกเบี้ย

0
67






ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนรับมติ “เฟด” หั่นดอกเบี้ย


ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนรับมติ “เฟด” หั่นดอกเบี้ย

(สรุปข่าวเศรษฐกิจและการเงินโลก) สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้พร้อมใจกันรายงานความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากมติการประชุมครั้งสุดท้ายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

รายงานจาก Bloomberg: ดัชนีสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุด – หุ้นเทคฯ พุ่งแรง

รายงานของ Bloomberg ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ตอบรับเชิงบวกต่อการตัดสินใจของเฟดที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยดัชนีหลักของสหรัฐฯ ยังคงซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากความคาดหวังในการผ่อนคลายทางการเงินของเฟดมีความชัดเจนและแข็งแกร่งขึ้น การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและรับมือกับสภาวะการจ้างงานที่เริ่มอ่อนตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Tech Stocks) ได้มีการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการลดต้นทุนทางการเงินจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและผลกำไรของบริษัทในกลุ่มนี้ นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่าสภาพคล่องในตลาด (Market Liquidity) โดยรวมอยู่ในระดับที่ดีขึ้นหลังจากการส่งสัญญาณของเฟด

รายงานจาก CNBC: การเคลื่อนไหวของตลาดและความเชื่อมั่นนักลงทุน

CNBC รายงานว่า ตลาดการเงินโลกประสบกับความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญทันทีหลังจากการประกาศของเฟดเมื่อวันที่ 10-11 ธันวาคม 2568 โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสินทรัพย์เสี่ยง (risk assets) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มปรับเปลี่ยนความคาดหวังจากนโยบายที่เข้มงวดไปสู่การผ่อนคลายทางการเงิน รายงานยังเน้นย้ำถึงมุมมองของนักวิเคราะห์ว่า การตัดสินใจของเฟดเป็นการส่งสัญญาณถึงแนวทางการดำเนินการที่รอบคอบและเป็นขั้นเป็นตอนสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคต แม้ตลาดจะปิดปี 2568 ด้วยความแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้หลังจากปีที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน แต่ความตึงเครียดทางการค้าและความไม่แน่นอนทางนโยบายยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังในปี 2569

นอกจากนี้ CNBC ยังรายงานความเคลื่อนไหวรายวัน โดยระบุว่าหุ้นยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ก่อนวันหยุดยาว เนื่องจากเทรดเดอร์มองไปข้างหน้าถึงสัปดาห์การซื้อขายที่สั้นลงในช่วงเทศกาล

รายงานจาก Reuters: นโยบายการเงินที่แตกต่างและราคาสินค้าโภคภัณฑ์

Reuters ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปฏิกิริยาของตลาดโลก โดยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของนโยบายระหว่างธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก (Central banks diverge on policy) ในขณะที่เฟดเริ่มผ่อนคลายทางการเงิน ธนาคารกลางในภูมิภาคอื่นอาจยังคงดำเนินนโยบายที่แตกต่างออกไปตามสภาวะเศรษฐกิจในประเทศของตน

ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ รายงานระบุว่า ราคาทองคำและทองแดงได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ (Hit Records) ท่ามกลางภาวะที่ตลาดทุนมีความผันผวนและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมัน (Oil) ยังคงมีความผันผวน (fluctuates) ในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนด้านอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงส่งผลกระทบ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดได้ส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (Treasury Yields) ซึ่งปรับตัวลดลงเล็กน้อยเช่นกัน

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

โดยสรุปแล้ว รายงานจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งช่วยให้ตลาดการเงินทั่วโลกมีความคาดหวังเชิงบวกมากขึ้นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป แม้ว่าปีที่ผ่านมาจะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงและตลาดแรงงานที่มีความยากลำบากก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าแนวทางการดำเนินนโยบายของเฟดที่วัดผลอย่างรอบคอบนี้ จะช่วยให้ตลาดมีความมั่นใจและลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2569 ได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องจับตาดูการดำเนินการของธนาคารกลางอื่นๆ และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างใกล้ชิดต่อไป.

อ้างอิง: