อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

0
89






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เปิดฉากปี 2026 กับการคาดการณ์ลดดอกเบี้ยครั้งใหญ่ และความเสี่ยงเงินเฟ้อจากกำแพงภาษี


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

สำนักข่าวการเงินระดับโลก ได้แก่ Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่สอดคล้องกันในช่วงปลายปี 2568 โดยมีใจความสำคัญเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะเป็นปีแห่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แต่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากอัตราเงินเฟ้อที่ถูกผลักดันด้วยมาตรการกำแพงภาษีทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น

Fed ส่งสัญญาณ “ลดดอกเบี้ย” รับมือภาวะเศรษฐกิจถดถอย

รายงานข่าวจากหลายสำนักชี้ให้เห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญตลอดปี 2569 โดยการคาดการณ์ล่าสุดระบุว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วง 3.50% ถึง 3.75% จะถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 3% ภายในสิ้นปี 2569 การเคลื่อนไหวนี้เกิดจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) หาก Fed ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานเกินไป

ผู้ว่าการ Fed บางรายได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg News ว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงจนเกินควร ขณะที่ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ให้ความเห็นผ่าน Investing.com ว่า ตลาดอาจประเมินการลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในปี 2569 ต่ำเกินไป ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอาจมีการปรับลดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปัจจุบัน

เงินเฟ้อจาก “กำแพงภาษี” ความท้าทายใหม่ในปี 2569

แม้ว่าการลดดอกเบี้ยจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาด แต่รายงานจาก S&P Global และ Aberdeen PLC ได้เน้นย้ำถึงปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่อาจทำให้การควบคุมเงินเฟ้อทำได้ยากขึ้น นั่นคือผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษี (Tariffs) การวิเคราะห์ชี้ว่า ผลกระทบของภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นยังไม่ถึงจุดสูงสุด และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ 2.7% ในช่วงปลายปี 2568 จะพุ่งสูงขึ้นไปถึง 3.4% ในไตรมาสแรกของปี 2569 นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์และห่วงโซ่อุปทานในอดีต มาสู่เงินเฟ้อที่เกิดจากนโยบายการค้าโดยตรง

Reuters รายงานว่า มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ แม้จะไม่ได้สั่นคลอนตลาดการเงินโลกในทันที แต่ก็ได้สร้างความเสี่ยงทางการค้าที่กำลังพัฒนา ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังเตือนว่า อัตราภาษีที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นให้เกิดคลื่นของการล้มละลายในภาคธุรกิจได้

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก: การเติบโตที่แตกต่างกัน

ในแง่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ภาพรวมยังคงมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง โดย Goldman Sachs คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะมีการเติบโตที่ “มั่นคง” ในอัตรา 2.8% ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากมาตรการภาษีได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างในการเติบโตในแต่ละภูมิภาค

รายงานจาก Vanguard และ Deloitte Insights ระบุว่า ความตึงเครียดด้านภาษีได้ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อยุโรป โดยมีการปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ในเขตยูโรโซนสำหรับปี 2569 ลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.0% Deloitte คาดว่า ในภาพรวมใหญ่ ความไม่แน่นอนที่เกิดจากความตึงเครียดด้านภาษีจะเริ่มจางหายไป และเศรษฐกิจโลกจะเห็นการฟื้นตัว โดย GDP อาจเติบโตถึง 1.6% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้จะมีอุปสรรคจากภาษี แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไป

นักวิเคราะห์จาก Asia Plus สรุปว่า การดำเนินนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกกำลังค้นหา “จุดสมดุลใหม่” (New Normal) ในสภาพแวดล้อมทางการเงินหลังยุคโรคระบาด ซึ่งเป็นคำถามสำคัญว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่เหมาะสมควรอยู่ที่ระดับใด ดังนั้น ปี 2569 จึงเป็นปีที่ตลาดการเงินจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงการตัดสินใจของ Fed และธนาคารกลางอื่น ๆ ในการประคองเศรษฐกิจให้เติบโตพร้อมกับการรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่มาจากปัจจัยการค้าโลก

แหล่งข้อมูล: Bloomberg, CNBC, Reuters, Investing.com, S&P Global, iShares, Vanguard, Goldman Sachs และการวิเคราะห์ของสถาบันการเงินชั้นนำ