อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกปิดปีอย่างสดใส ท่ามกลางความกังวล “ฟองสบู่ AI” และความไม่แน่นอนทางการค้า
เผยแพร่: 29 ธันวาคม 2568 | รายงานข่าว: ทีมข่าวเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
กรุงเทพฯ — รายงานข่าวเศรษฐกิจโลกจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกปิดปี 2568 ด้วยบรรยากาศที่คึกคักกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์สำคัญๆ ต่างปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ฟองสบู่ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาในปี 2569.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แข็งแกร่ง แต่หุ้นเติบโตเริ่มแผ่ว (Bloomberg & CNBC)
ตามการวิเคราะห์ของ Bloomberg และ CNBC ดัชนีหลักทั้ง S&P 500, Dow Jones Industrial Average และ Nasdaq ต่างทำสถิติปิดสัปดาห์ในแดนบวกต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี หลังจากที่ความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มคลี่คลายลง. การเคลื่อนไหวนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนเริ่มย้ายเงินทุนจากหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth Stocks) ไปสู่หุ้นกลุ่มคุณค่า (Value Stocks) และหุ้นกลุ่มหลัก (Core Stocks) ซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่าอย่างชัดเจนในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม.
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดคือสัญญาณการชะลอตัวของการขึ้นดอกเบี้ย และความคาดหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม มุมมองต่อการเติบโตในปีหน้ายังคงมีความหลากหลายสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวกับนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาทของไทย.
สัญญาณเตือน “ฟองสบู่ AI” และความเสี่ยงของหุ้นกลุ่มชิป (Reuters & Allianz Trade)
ในขณะที่ความกระตือรือร้นในตลาด AI ยังคงสูง สำนักข่าว Reuters ได้รายงานถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์และผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ.
“ในสถานการณ์ความเสี่ยงขาลง ความกังวลพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับกรณีธุรกิจ AI อาจถูกกระตุ้นโดยผลประกอบการที่พลาดเป้าอย่างมีนัยสำคัญของผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการคลาวด์ในสหรัฐฯ” — รายงานจาก Allianz Trade ที่อ้างอิงโดย Reuters.
รายงานระบุว่า แม้ว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะยังคงครองตลาด แต่การขาดทุนหรือผลประกอบการที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาดในกลุ่มบริษัทที่พึ่งพารายได้จาก AI อาจจุดชนวนให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนไทยที่มีการลงทุนในกองทุนเทคโนโลยีต่างประเทศต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด.
ความตึงเครียดทางการค้าและนโยบายโลกที่ยังคงคุกคาม (Reuters & Bloomberg)
นอกจากปัจจัยด้านการเงินและเทคโนโลยีแล้ว ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์และความตึงเครียดทางการค้าก็ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ Reuters และ Bloomberg เน้นย้ำ. แม้ว่าผลกระทบจากมาตรการภาษี (Tariff shocks) จะเริ่มจางลง แต่ความตึงเครียดทางการค้าและนโยบายที่คาดเดายากยังคงเป็นเงาตามติด.
ข้อมูลจาก Global Trade Alert ที่ถูกอ้างถึงในรายงานระบุว่า การใช้เครื่องมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security Tools) ของประเทศมหาอำนาจจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัทข้ามชาติและแผนการลงทุนทั่วโลก. สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก ความผันผวนของนโยบายการค้าเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมการผลิตโดยตรง ซึ่งรัฐบาลและภาคเอกชนไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปีหน้า.
สรุป
การสรุปภาพรวมของปี 2568 จากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดโลกมีความยืดหยุ่นและสามารถฟื้นตัวได้ดีในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังคงเป็นคำหลักสำหรับปี 2569 โดยมีสามประเด็นหลักที่ต้องจับตาคือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed, ความเสี่ยงของ “ฟองสบู่ AI” ในกลุ่มเทคโนโลยี และความตึงเครียดทางการค้าโลก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนและเศรษฐกิจไทยในปีที่กำลังจะมาถึง.



















