สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: การตัดสินใจดอกเบี้ย Fed, ดีลยักษ์ใหญ่ Nvidia และราคาน้ำมันโลก
ตลาดโลกจับตาโค้งสุดท้ายปี 2025: เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยครั้งที่สาม, Nvidia เขย่าวงการ AI ด้วยดีลมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ และราคาน้ำมันดิบยังเผชิญแรงกดดัน
กรุงเทพฯ – ในช่วงปลายปี 2025 สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางตลาดทุนและเศรษฐกิจโลก โดยมีประเด็นหลักที่นักลงทุนให้ความสนใจคือสัญญาณนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีโดยเฉพาะ Nvidia และแนวโน้มราคาน้ำมันดิบท่ามกลางแรงกดดันด้านอุปทานและอุปสงค์
1. การตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และทิศทางปี 2026
รายงานข่าวจากหลายสำนักชี้ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดสำหรับการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2025 ซึ่งมีกำหนดในเดือนธันวาคม แม้ว่าในช่วงเดือนมีนาคมปีเดียวกัน Fed ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม แต่ได้มีการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจมีการเติบโตที่ช้าลงและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นภายในสิ้นปี อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ล่าสุดในช่วงปลายปีบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่ Fed จะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่สามของปีนี้ เพื่อประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจและรับมือกับความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก การลดดอกเบี้ยครั้งก่อนหน้าเป็นเพียงการปรับลดลงหนึ่งในสี่ส่วน (quarter-point) ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ Fed ได้ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้ว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยรวมสองครั้ง การตัดสินใจครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรและทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงปีใหม่
2. Nvidia เขย่าวงการ AI: ดีลยักษ์ $20,000 ล้านดอลลาร์
ในภาคส่วนเทคโนโลยี หุ้นของบริษัท Nvidia (NVDA) ยังคงเป็นศูนย์กลางความสนใจของตลาด โดยมีรายงานข่าวสำคัญระบุว่า Nvidia ได้บรรลุข้อตกลงใบอนุญาต (licensing deal) มูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับบริษัท Groq ข้อตกลงนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Nvidia ในการขยายธุรกิจไปสู่ตลาด AI Inference ที่ไม่ใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (non-GPU AI inference) ซึ่งเป็นการป้องกันและเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งผู้นำในตลาดปัญญาประดิษฐ์ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนของราคาหุ้น โดยล่าสุดมีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 190.53 ดอลลาร์ต่อหุ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีรายงานว่าดัชนีหลักๆ ของตลาดหุ้นได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วภายหลังการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่การประกาศดีลใหญ่ดังกล่าวช่วยให้หุ้นของ Nvidia ยังคงรักษาโมเมนตัมในตลาดเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไว้ได้
3. ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงเผชิญแรงกดดัน
สำหรับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วโลก รายงานจาก Reuters และ Bloomberg ชี้ว่าราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากลมีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 55.76 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ยังคงติดอยู่ในแนวโน้มขาลง (bearish trend) ปัจจัยหลักเกิดจากภาวะอุปทานส่วนเกิน (oversupply) และความต้องการที่อ่อนแอในตลาดโลก แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) จะได้พยายามออกมาตรการลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาแล้วก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าแรงกดดันเหล่านี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้ายังคงมีความเสี่ยงที่จะลดลงไปถึงระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวนนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลและนักลงทุนทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ
โดยสรุป การรายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงปลายปี 2025 ได้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ, การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด AI และความอ่อนแอของตลาดน้ำมันดิบ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง



















