สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกเข้าสู่ช่วงท้ายปี 2025 ด้วยความผันผวนและความหวัง
รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters เผยให้เห็นภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติใหม่หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกกลับส่งสัญญาณชะลอตัวครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551.
Bloomberg: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับข่าวดีจาก Fed และกระแส AI
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 โดยดัชนี Dow Jones และ S&P 500 สามารถทำสถิติปิดตลาดสูงสุดใหม่ได้ในวันที่ 10-11 ธันวาคม. การทะยานขึ้นของตลาดส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความหวังของนักลงทุนต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้ว และตลาดคาดหวังว่าจะมีการปรับลดเพิ่มเติมในอนาคต.
อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ที่เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับมีการเคลื่อนไหวที่ต่ำกว่าเล็กน้อย เนื่องจากผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยีบางตัว เช่น Oracle มีน้ำหนักกดดัน. ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก Citigroup ได้ออกมาเปิดเผยเป้าหมายของดัชนี S&P 500 สำหรับปี 2569 ไว้ที่ระดับ 7,700 จุด โดยชี้ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นธีมหลักที่ขับเคลื่อนตลาด. ข้อมูลดังกล่าวเน้นย้ำถึงมุมมองที่สดใสของนักลงทุนในวอลล์สตรีท แม้จะมีความผันผวนในช่วงเริ่มต้นของเดือนธันวาคม.
CNBC: การตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยของ Fed และความเห็นที่แตกต่าง
CNBC ได้นำเสนอรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด. แม้ว่า Fed จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงไปแล้ว แต่ก็มีการถกเถียงกันอย่างหนักภายในคณะกรรมการ โดยผู้ว่าการ Fed บางท่าน เช่น Stephen Miran ได้แสดงความเห็นสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง.
ในทางตรงกันข้าม เจ้าหน้าที่บางราย เช่น Goolsbee แสดงความไม่เห็นด้วยกับการปรับลดครั้งล่าสุด โดยต้องการรอข้อมูลอัตราเงินเฟ้อเพิ่มเติมก่อน แม้จะคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดในปี 2569 ก็ตาม. รายงานของ CNBC ยังสะท้อนความกังวลในตลาด (Fed Anxiety) ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมอาจไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่ตลาดต้องการ. ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Bank of America ชี้ว่า การปรับขึ้นของตลาดไม่ได้จำเป็นต้องพึ่งพาการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมเสมอไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ของตลาดทุน.
Reuters: แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008
ในขณะที่ตลาดสหรัฐฯ แสดงความแข็งแกร่ง สำนักข่าว Reuters รายงานถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณน่าเป็นห่วง. รายงานระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกสำหรับปี 2568 บ่งชี้ถึงการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 (ไม่รวมช่วงวิกฤตการณ์โรคระบาด). การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก.
อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีที่อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศ G20 โดยรวมคาดว่าจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะลดลงจาก 6.2% เหลือ 3.6% ในปี 2568 และลดลงอีกในปี 2569. ในส่วนของข้อมูลระดับภูมิภาค ดัชนี Tankan ของ Reuters สำหรับภาคการผลิตของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคม 2568 ได้อ่อนตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ระมัดระวังของญี่ปุ่น. สำหรับยุโรป ผลสำรวจของ Reuters ชี้ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมไปจนถึงสิ้นปี 2569 เนื่องจากคาดการณ์ว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาคจะยังคงที่.
สรุป: ความหวังในสหรัฐฯ ท่ามกลางความท้าทายระดับโลก
โดยสรุป รายงานข่าวเศรษฐกิจจากสามสำนักข่าวหลักในเดือนธันวาคม 2568 นำเสนอภาพที่ตัดกันระหว่างความเชื่อมั่นอันแข็งแกร่งในตลาดทุนสหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed และกระแสเทคโนโลยี AI กับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกับภาวะชะลอตัวครั้งใหญ่. นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกจึงต้องติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในปี 2569 ต่อไป.



















