อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: นโยบายการเงินโลกผ่อนคลาย – ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดใหม่

0
16






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: นโยบายการเงินโลกผ่อนคลาย – ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดใหม่


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: นโยบายการเงินโลกผ่อนคลาย – ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดใหม่

สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดการเงินและนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินในหลายประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับในเชิงบวกด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์

ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยตามคาด

การตัดสินใจที่ได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดในภูมิภาคเอเชียคือการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีการรายงานว่า กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.25% ในการประชุมนโยบายเดือนธันวาคม 2568 การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ

การลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวสะท้อนถึงความกังวลของ ธปท. เกี่ยวกับโมเมนตัมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และระดับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย การผ่อนคลายนโยบายการเงินในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน และสนับสนุนให้เกิดการลงทุนและการบริโภคเพิ่มมากขึ้นในช่วงต้นปี 2569

ธนาคารกลางอังกฤษปรับลดอัตราดอกเบี้ย สวนทาง ECB ที่คงที่

ในฝั่งยุโรป มีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนจากธนาคารกลางหลักสองแห่ง โดยธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England – BOE) ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจาก 4% เป็น 3.75% ในการประชุมนโยบายครั้งสุดท้ายของปี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม การลดอัตราดอกเบี้ยของ BOE มีขึ้นท่ามกลางสัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงานและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เริ่มคลี่คลายลง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า BOE เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการประคองเศรษฐกิจมากขึ้น

ในทางตรงกันข้าม ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank – ECB) ได้มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยหลักทั้งสามไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เช่นกัน รายงานระบุว่า คณะมนตรีบริหารของ ECB ยังคงประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มที่จะกลับสู่เป้าหมายในระยะกลาง แม้จะมีความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่บ้างก็ตาม การคงอัตราดอกเบี้ยของ ECB แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการเปลี่ยนแปลงนโยบาย และความต้องการที่จะเห็นหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นว่าแรงกดดันด้านราคานั้นได้คลี่คลายลงอย่างถาวรแล้ว

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่

ท่ามกลางสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินทั่วโลก ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แสดงปฏิกิริยาในเชิงบวกอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี S&P 500 ได้ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและมูลค่าให้กับสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones) มีการปิดตัวลดลงเล็กน้อย ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นเพียงการพักฐานตามปกติหลังจากการทำกำไรครั้งใหญ่ และการที่ตลาดรอคอยข้อมูลทางเศรษฐกิจใหม่ๆ เพื่อประเมินทิศทางของ Fed อย่างไรก็ตาม แนวโน้มโดยรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ยังคงแข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้

สรุปและมุมมองไปข้างหน้า

รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำชี้ให้เห็นว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่นโยบายการเงินมีความแตกต่างกัน (Monetary Policy Divergence) โดยธนาคารกลางในหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นการเติบโต ขณะที่บางแห่งยังคงรักษาสถานะเดิมไว้ การตัดสินใจเหล่านี้มีผลกระทบโดยตรงต่อการไหลของเงินทุนและค่าเงินทั่วโลก

นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงต้นปี 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานอัตราเงินเฟ้อและการจ้างงานในสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่า Fed จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เร็วแค่ไหน และจะส่งผลต่อทิศทางของตลาดการเงินโลกอย่างไรต่อไป

(เรียบเรียงจากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters)