อัปเดตข่าว: บลูมเบิร์ก, CNBC, รอยเตอร์ส (News update from Bloomberg, CNBC, Reuters)

0
61






อัปเดตข่าว: บลูมเบิร์ก, CNBC, รอยเตอร์ส


อัปเดตข่าว: บลูมเบิร์ก, CNBC, รอยเตอร์ส (News update from Bloomberg, CNBC, Reuters)

รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง บลูมเบิร์ก (Bloomberg), ซีเอ็นบีซี (CNBC) และ รอยเตอร์ส (Reuters) ได้เผยให้เห็นถึงภาพรวมตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความผันผวน แต่ก็มีสัญญาณบวกในหลายด้าน โดยเฉพาะการคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์เสี่ยง

นโยบายการเงินสหรัฐฯ: ตลาดคาดการณ์การลดดอกเบี้ย

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาคือทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานข่าวระบุว่า ตลาดการเงินได้เริ่มมีการตีราคา (Pricing in) ความเป็นไปได้ที่ Fed อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ แนวโน้มดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เช่น ข้อมูลการจ้างงานของ ADP ซึ่งตอกย้ำถึงโอกาสในการผ่อนคลายทางการเงินของ Fed

นอกจากนี้ ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในช่วงปี 2568 ได้แสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีการลดลงจากระดับ 3% ในปี 2567 มาอยู่ที่ประมาณ 2.7% ในปี 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายลง ทำให้ Fed มีช่องว่างในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ การคาดการณ์นี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเริ่มต้นของการซื้อขาย และยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง (Risk Assets) มากขึ้น

ภาพรวมตลาดโลก: ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงหนี้

แม้จะมีความไม่แน่นอนทางประวัติศาสตร์หลายประการ แต่เศรษฐกิจและตลาดสหรัฐฯ ในปี 2568 ได้แสดงให้เห็นถึง “ความยืดหยุ่น” (Resilience) อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์สรายงานว่า แม้มูลค่าหุ้นสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับสูง แต่ก็เริ่มทำให้นักลงทุนบางส่วนหวนนึกถึงความทรงจำของการประเมินมูลค่าที่สูงเกินไปในอดีต

ในส่วนของเศรษฐกิจโลก ธนาคารโลกได้ออกคำเตือนผ่านรายงานที่เผยแพร่โดย CNBC และ Reuters ว่า ประเทศกำลังพัฒนา “ยังไม่พ้นอันตราย” (not out of danger) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากต้นทุนหนี้ที่สูงขึ้นและแรงกดดันจากนโยบายการเงินที่เข้มงวด สภาวะความตึงเครียดในภาคการเงินและต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นยังคงเป็นความท้าทายหลักที่ประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญ แม้ว่าตลาดพันธบัตรจะเริ่มกลับมาเปิดทำการสำหรับประเทศส่วนใหญ่แล้วก็ตาม

ขณะเดียวกัน ภูมิภาคยุโรปก็กำลังเผชิญกับการตรวจสอบทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยมุ่งเน้นไปที่ผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่และการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินล่าสุดของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางการเติบโตของภูมิภาค

ความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์และโภคภัณฑ์

การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed และความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวสูงขึ้น 1.5% แตะระดับ 58.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และสินทรัพย์อื่นๆ เช่น ทองคำและทองแดงก็มีราคาเพิ่มขึ้นเช่นกัน

สำหรับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี บลูมเบิร์กรายงานว่า บิตคอยน์ (Bitcoin) ได้สร้างความสั่นสะเทือนในตลาด โดยเทรดเดอร์เร่งลดความเสี่ยงหลังจากการเคลื่อนไหวของราคาที่ผันผวน ในขณะที่ดัชนีหุ้นเอเชียมีการแกว่งตัวในช่วงต้นของการซื้อขาย หลังจากที่ทำสถิติสูงสุดรายสัปดาห์ในรอบประมาณสองเดือนที่ผ่านมา

โดยสรุป รายงานข่าวจากสำนักข่าวใหญ่ทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ภายใต้การจับตาอย่างใกล้ชิด โดยมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และการคาดการณ์การผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่ก็ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากหนี้สินและภาวะเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องเฝ้าระวังต่อไป

**หมายเหตุ: รายงานนี้รวบรวมข้อมูลอ้างอิงจากแหล่งข่าว Bloomberg, CNBC, และ Reuters ณ วันที่เผยแพร่