การอัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตลาดโลกจับตา “เฟด” จ่อลดดอกเบี้ย พร้อมการผงาดของหุ้น AI เหนือ Apple

0
76






ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters


การอัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตลาดโลกจับตา “เฟด” จ่อลดดอกเบี้ย พร้อมการผงาดของหุ้น AI เหนือ Apple

รายงานข่าวโดย: ทีมข่าวการเงินโลก (อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC, Reuters) | วันที่ 2 ธันวาคม 2568

ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ โดยเฉพาะการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์อย่างสูงถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในขณะเดียวกัน ภาคเทคโนโลยีก็ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะการแข่งขันในตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทผู้ผลิตชิป AI อย่าง Nvidia ถูกคาดการณ์ว่าจะแซงหน้า Apple ภายในสิ้นปี 2568 นี้

แรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ: โอกาส 85% ในการลดดอกเบี้ย

จากการรายงานของสื่อการเงินชั้นนำอย่าง Bloomberg และ Reuters ระบุว่า ความคาดหวังของตลาดต่อการผ่อนคลายทางการเงินของ Fed ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปลายปี 2568 นี้. ข้อมูลล่าสุดจากเครื่องมือติดตามของ CME Group ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนในตลาดตราสารอนุพันธ์ประเมินโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคมไว้ที่ประมาณ 85%. การคาดการณ์ดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจบางประการ และแรงกดดันในการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หลังจากที่ Fed ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วครั้งหนึ่งในเดือนตุลาคม 2568.

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก CNBC และแหล่งข่าวอื่น ๆ ชี้ว่า แม้ตลาดจะมีความเชื่อมั่นสูง แต่ภายในคณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) ยังคงมีการแบ่งความคิดเห็น (Split Signals) เกี่ยวกับทิศทางนโยบายในเดือนธันวาคม. เจ้าหน้าที่บางส่วนยังคงต้องการเห็นข้อมูลเงินเฟ้อที่ชัดเจนและต่อเนื่องมากกว่านี้ ก่อนที่จะตัดสินใจผ่อนคลายทางการเงินอย่างเป็นทางการ. ความไม่แน่นอนนี้ทำให้การประชุมเดือนธันวาคมเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าการตัดสินใจของ Fed จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไปจนถึงต้นปี 2569. การปรับลดดอกเบี้ยจะส่งผลดีต่อตลาดเกิดใหม่และประเทศที่มีภาระหนี้สูง เนื่องจากต้นทุนทางการเงินจะลดลง.

การผงาดของ AI: Nvidia จ่อแซง Apple ในสมรภูมิเทค

ในส่วนของภาคเทคโนโลยีและการลงทุน รายงานจาก Bloomberg และ Reuters เน้นย้ำถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด AI และเซมิคอนดักเตอร์. บริษัท Morgan Stanley คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายในเซมิคอนดักเตอร์สำหรับคลาวด์ AI จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในปี 2569. ตัวเลขนี้เป็นการตอกย้ำถึงความต้องการชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ประสิทธิภาพสูงของ Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง.

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกอย่างมากต่อหุ้น Nvidia โดยมีการปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง. ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดยสื่อการเงินระบุว่า ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยใน 12 เดือนข้างหน้าของ Nvidia อยู่ที่ประมาณ 205 ดอลลาร์สหรัฐฯ. การเติบโตนี้มีแรงหนุนมาจากการลงทุนอย่างยั่งยืนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก.

สิ่งที่น่าสนใจคือ การวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญบางส่วนที่เผยแพร่ผ่าน CNBC และ Nasdaq ชี้ว่า มูลค่าตลาดของหุ้น AI สองตัว (ซึ่งรวมถึง Nvidia) อาจมีมูลค่ารวมกันแซงหน้าบริษัท Apple ภายในสิ้นปี 2568. แม้ Apple จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก แต่ความล่าช้าในการเปิดตัวกลยุทธ์ AI ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ทำให้ตลาดให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นผู้นำของ Nvidia ในการปฏิวัติ AI มากกว่า. การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญของนักลงทุนโลกที่ให้ความสำคัญกับ “ศักยภาพการเติบโต” ในอนาคตของ AI เหนือกว่า “ความมั่นคง” ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แบบดั้งเดิม.

สรุปภาพรวมตลาดโลก

โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจากสามสำนักข่าวการเงินระดับโลกชี้ให้เห็นว่า ตลาดกำลังเผชิญกับสองแรงขับเคลื่อนหลัก: การปรับนโยบายการเงินของ Fed เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเร่งตัวของเทคโนโลยี AI ที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของตลาดหุ้นโลก. การตัดสินใจของ Fed ในเดือนธันวาคมจะเป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกการลงทุนในปีหน้า ขณะที่การแข่งขันด้าน AI จะยังคงเป็นธีมหลักที่สร้างความผันผวนและโอกาสในการลงทุนให้กับตลาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง.