ข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ตลาดคริปโตผันผวนหนัก
กรุงเทพฯ: สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่รายงานข่าวล่าสุดที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วงชะลอตัวในปี 2569 ท่ามกลางความกังวลจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risks) และการปรับตัวของนโยบายการเงินในประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขณะที่ตลาดการเงินโลกยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่เผชิญกับการเทขายครั้งใหญ่ในช่วงต้นเดือนธันวาคม
แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง
รายงานจากหลายแหล่งข่าว รวมถึงการวิเคราะห์ของ Bloomberg และองค์กรระหว่างประเทศ ชี้ให้เห็นว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยมีการคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตจะลดลงจากระดับ 3.3% ในปี 2567 ไปอยู่ที่ประมาณ 2.9% ทั้งในปี 2568 และ 2569. การชะลอตัวนี้ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์. สำนักข่าว Reuters เน้นย้ำว่าความเสี่ยงเหล่านี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่กลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง หรือในทางกลับกันก็อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้.
สัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed
ในส่วนของนโยบายการเงินโลก รายงานของ CNBC ได้นำเสนอความเห็นของนักวิเคราะห์ชั้นนำที่มองว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Easing Cycle) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed). แม้จะมีการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในปี 2569 แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงมีมูลค่าที่สูงมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำนักข่าว Reuters เคยรายงานว่าทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มนึกถึงเหตุการณ์ความผันผวนในอดีต.
นักวิเคราะห์จาก Merrill และ Bank of America Private Bank ชี้ว่าแม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการผ่อนคลาย แต่ตลาดก็ยังต้องจับตาดูสัญญาณทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด. นอกจากนี้ รายงานจาก Bloomberg ยังระบุว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่บางแห่งกำลังใช้ประโยชน์จากการกู้ยืมที่มีต้นทุนต่ำเป็นพิเศษ (Ultra-Cheap Leverage) ซึ่งเป็นสัญญาณที่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) พบว่ามีความเสี่ยงแฝงอยู่.
ตลาดเอเชียผันผวนหนัก และวิกฤตตลาดคริปโต
สำหรับปฏิกิริยาของตลาดการเงินในภูมิภาคเอเชีย รายงานของ Bloomberg ระบุว่าดัชนีตลาดหุ้นเอเชียมีการซื้อขายที่ผันผวนในช่วงต้นเดือนธันวาคม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบประมาณสองเดือน. การเริ่มต้นเดือนธันวาคมถือเป็นการเริ่มต้นที่อ่อนแอสำหรับตลาดหุ้นหลายแห่ง. ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&P 500 ก็มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย.
อย่างไรก็ตาม จุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดสกุลเงินดิจิทัล (Crypto Market) สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Bitcoin ได้เผชิญกับการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นการลดลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือน และทำให้นักลงทุนต้องรีบตัดความเสี่ยงออกไปอย่างเร่งด่วน. CNBC รายงานว่าแม้จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหุ้นและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แต่ตลาดคริปโตโดยรวมก็ยังคงเผชิญกับแรงกดดัน.
ผลกระทบที่สำคัญคือ รายงานของ Bloomberg และ CNBC ชี้ว่าบรรดานักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนในกองทุน ETF กลยุทธ์คริปโต (Crypto Strategy ETFs) ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยบางกองทุนมีมูลค่าลดลงมากถึง 80%. การร่วงลงอย่างรวดเร็วของ Bitcoin ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยอีกครั้งถึงความเปราะบางของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล.
สรุปและข้อควรระวังสำหรับนักลงทุน
โดยสรุป รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างส่งสัญญาณที่คล้ายคลึงกันว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในปี 2569. การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม. ขณะเดียวกัน ความผันผวนในตลาดคริปโตก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงยังคงต้องใช้ความรอบคอบอย่างยิ่ง.
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Bloomberg, CNBC, Reuters, McAlvany Financial Group, ml.com, youtube.com, wealthprofessional.ca, oecd.org, kasikornbank.com.



















