ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters: ตลาดหุ้นผันผวน-หุ้นเทคฯ ถูกกดดันหนัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเฟด

0
43





ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters: ตลาดหุ้นผันผวน-หุ้นเทคฯ ถูกกดดันหนัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเฟด


ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters: ตลาดหุ้นผันผวน-หุ้นเทคฯ ถูกกดดันหนัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเฟด

รายงานพิเศษ: รวบรวมข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงสภาวะตลาดการเงินโลกที่ยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความกังวลด้านเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่

แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเริ่มต้นปีด้วยความผันผวน แต่ดัชนี S&P 500 ก็สามารถปิดเดือนมกราคมด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4% อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการและมูลค่าที่สูงเกินไปของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า “Magnificent Seven” ได้กลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาดอีกครั้ง

แรงกดดันต่อหุ้นเทคโนโลยี: Amazon และ AMD

หนึ่งในข่าวใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนคือผลประกอบการของบริษัท Amazon ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซและคลาวด์คอมพิวติ้ง หุ้นของ Amazon ได้ร่วงลงประมาณ 10% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังจากที่บริษัทได้รายงานผลกำไรต่อหุ้นในไตรมาสล่าสุดที่พลาดเป้าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ (Earnings per share อยู่ที่ $1.95 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย)

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนกังวลอย่างหนักคือการประกาศแผนการใช้จ่ายด้านทุน (Capital Expenditure) ครั้งใหญ่ในปีนี้ ซึ่งอาจสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 160,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า Andy Jassy ซีอีโอของ Amazon จะระบุว่าการลงทุนจำนวนมหาศาลนี้จะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ และคาดหวังผลตอบแทนที่แข็งแกร่งในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งมีการเติบโตของรายได้ที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 13 ไตรมาสก็ตาม แต่นักลงทุนยังคงต้องการหลักฐานที่ชัดเจนว่าการใช้จ่ายด้าน AI จำนวนมากจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ หุ้นของบริษัทผู้ผลิตชิปอย่าง Advanced Micro Devices (AMD) ก็ปรับตัวลดลงถึง 17.3% แม้ว่าบริษัทจะรายงานผลกำไรในไตรมาสล่าสุดที่แข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และมีการคาดการณ์รายได้สำหรับต้นปี 2569 ที่สูงกว่าความคาดหวังของตลาด สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของนักลงทุนที่มองว่าการซื้อขายหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจมีความหนาแน่นเกินไป (increasingly crowded) และพร้อมที่จะเทขายทำกำไรแม้จะมีผลประกอบการที่ดีก็ตาม

ความไม่แน่นอนจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และความเสี่ยงด้านการเมือง

ในส่วนของเศรษฐกิจมหภาค รายงานจาก Bloomberg และ Reuters เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50–3.75% หลังจากการปรับลด 25 จุดพื้นฐานในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับเผชิญกับความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลาง (central bank independence) ภายหลังจากการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ และการได้รับหมายเรียกจากกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ต่อเจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ของเฟด

สถานการณ์ทางการเมืองที่เข้ามากดดันการดำเนินงานของเฟดได้เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ปลอดภัยหันไปให้ความสนใจในพันธบัตรรัฐบาลยุโรปมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

ข่าวสารองค์กรและการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์

ในแวดวงธุรกิจเทคโนโลยี รายงานจาก CNBC เปิดเผยว่า Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ได้ดำเนินการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท xAI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ กับ SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจอวกาศ Musk ระบุว่าเหตุผลหลักของการควบรวมครั้งนี้ส่วนหนึ่งคือการสร้าง “ศูนย์ข้อมูลในวงโคจร” (orbital data centers) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นเป้าหมายในอนาคตที่ค่อนข้างไกลก็ตาม

ด้านตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลงเกือบ 3% มาอยู่ที่ 63.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะเดียวกัน ราคาทองคำยังคงมีความผันผวนสูง โดยก่อนหน้านี้ได้พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ก่อนจะปรับตัวลดลง แต่ล่าสุดได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4,950.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับน้ำมันปาล์มดิบ (Palm Oil) ในตลาดมาเลเซียก็ปรับตัวลดลงเป็นสัปดาห์แรกในรอบห้าสัปดาห์ โดยลดลงต่ำกว่า 4,200 ริงกิตต่อตัน ท่ามกลางความระมัดระวังก่อนการเผยแพร่ข้อมูลจากคณะกรรมการน้ำมันปาล์มมาเลเซีย (MPOB) นอกจากนี้ บริษัทพลังงานรายใหญ่อย่าง ConocoPhillips ได้รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2568 และประกาศแผนการใช้จ่ายด้านทุนสำหรับปี 2569 ที่ประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สรุปภาพรวม

โดยสรุป ตลาดการเงินโลกยังคงอยู่ในช่วงที่ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากความผันผวนในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่ได้รับแรงกดดันจากการใช้จ่าย AI และความคาดหวังผลตอบแทนที่สูงลิ่ว รวมถึงความไม่แน่นอนจากนโยบายการเงินของ Fed ที่ถูกแทรกแซงด้วยปัจจัยทางการเมือง นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงมีอยู่สูง

อ้างอิงข้อมูล: Bloomberg, CNBC, Reuters (จากแหล่งข้อมูล [1], [2], [3], [4], [6], [7], [8], [10], [13])